นางสาวชลินัน ศาลางาม 62121860205 

บันทึกครั้งที่ 1 วันที่ 4 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับ

          ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความหมายและประเภทของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ความหมายของสุขภาวะและความสำคัญของสุขภาวะของเด็กปฐมวัย เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น และการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ได้เรียนรู้เเละนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไปจากการเรียนครั้งที่ 1

          ในการดูแลการเอาใจใส่ แนวทางต่าง ๆ ทั้งในการเรียนการสอนและการดูแลเด็กปฐมวัยที่ความต้องการพิเศษที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกที่เราต้องทำนั้นคือการเข้าใจเด็ก  สื่อการเรียนการสอนแบบไหนประเภทไหนที่เหมาะสมตามช่วงอายุของเด็ก

สิ่งที่ประทับใจ

ประทับใจในกระบวนการเรียนการสอนอาจารย์เป็นคนน่ารักเเละสอนสนุกไม่กดดัน เเละเพื่อนๆในห้องก็น่ารัก          

นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

          ได้เรียนรู้ในเรื่องของความหมายและประเภทของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ความหมายของสุขภาวะและความสำคัญของสุขภาวะของเด็กปฐมวัย เเละก็เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ 


บันทึกครั้งที่ 2 วันที่ 18 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับ

          ได้เรียนรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของการดูแลสุขภาวะเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษแนวทางในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เด็กบกพร่องทางสติปัญญา เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการพูดและภาษา การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้เราได้เรียนรู้การดูเเลเอาใจใส่เด็กเเละเราสามารถนำไปใช้ความรู้นี้ให้เกิดประโยชน์ได้

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไปจากการเรียน

ในเรื่องของการดูแลการเอาใจใส่ ทั้งในการเรียนการสอนและการดูแลเด็กปฐมวัยที่ความต้องการพิเศษที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกที่เราต้องทำนั้นคือการเข้าใจเด็กเเละเราต้องคอยดูพฤติกรรมของเด็กเเละนำไปปรับเปลี่ยนในการสอน

 

 สิ่งที่ประทับใจ

ประทับใจในกระบวนการเรียนการสอนของอาจารย์เป็นคนน่ารักเเละสอนสนุกไม่กดดันเเละไม่น่าเบื่อ เเละเพื่อนๆน่ารักเเละนำเสนอผลงานของกลุ่มตัวเองได้ดีมากๆค่ะ 

นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

  ได้เรียนรู้ในเรื่องของความหมายและประเภทของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ความหมายของสุขภาวะและความสำคัญของสุขภาวะของเด็กปฐมวัย เเละก็เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและเด็กในการไปเป็นครูในอนาคตข้างหน้า

 





บันทึกครั้งที่ 3 วันที่ 25 ธันวาคม 2563

1. ความรู้ที่ได้รับ

  ได้รับความรู้เกี่ยวกับความหมายเด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ คือเด็กที่แสดงพฤติกรรมหรืออารมณ์ไม่เหมาะสม เบี่ยงเบนไปจากเด็กทั่วไป จะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็ก สาเหตุเด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ ด้านชีวภาพ ด้านจิตใจ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมปัญหาเด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ ด้านความสามารถในการเรียนรู้เเละการนำไปปรับเปลี่ยนเเละประยุกต์ใช้ในอนาคตตอนที่เราเป็นครูได้

 2. มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

       เด็กที่มีความบกพร่องต้องได้รับการดูเเลเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องการเรียนเเละสังคมเเละเรื่องอาหารของเด็ก  ดูเเลเอาใจใส่เเละความปลอดภัยสำคัญมาก การเล่นของเด็กและการเอาใจใส่ทุกรายละเอียดของเด็ก 

 3. สิ่งที่ประทับใจ                                                                 

           ประทับใจในกระบวนการเรียนการสอนของอาจารย์เป็นคนน่ารักเเละสอนสนุกไม่กดดันเเละไม่น่าเบื่อ เเละเพื่อนๆน่ารักเเละนำเสนอผลงานของกลุ่มตัวเองได้ดีมากๆค่ะ      

4. นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

  ได้เรียนรู้ในเรื่องของความหมายและประเภทของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ความหมายของสุขภาวะและความสำคัญของสุขภาวะของเด็กปฐมวัย เเละก็เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและเด็กในการไปเป็นครูในอนาคตข้างหน้า





                                       เเบบประเมิน
1.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางการเห็น



2.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน







3.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ









4.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางการพูดและภาษา






5.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้



                    6.แบบคัดกรองเด็กที่มีความสามารถพิเศษ





7.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องออทิสติก




8.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมหรือารมณ์





9.แบบคัดกรองเด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา






งานวันที่15 มกราคม 2564


ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ 

     ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยรู้ เกี่ยวกับเด็กพิเศษในเเต่ล่ะประเพศมีการดูเเลเด็กอย่างไรเเละเราควรเอาใจใส่กับเด็กให้มากขึ้น การเรีนรู้ในวันนี้จะสามารถนำไปใช้ในอนนาคตตอนที่เราเป็นครูได้เเละใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อนักเรียนเเละตัวของครุเองในอนาคต
 
                                                                   คำถาม

1.ประเภทของเด็กพิเศษมีกี่ประเภทอะไรบ้าง
     ตอบ 7ประเภทดังนีี้
1.บกพร่องทางการมองเห็น
2.บกพร่องทางการได้ยิน
3.ปัญหาทางอารมณ์เเละพฤติกรรม
4.บกพร่องทางสติปัญญา
5.บกพร่องทางร่างกายเเละสุขภาพ
6.ปัญหาทางการเรียนรู้
7.ออทิสติก

2.การดูเเลเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินควรดูเเลเด็กอย่างไร
ตอบ  สิ่งเเวดล้อมรอบตัวเด็กถิอเป็นปัจจัยสำคัญเด็กที่มีปัญหาบกพร่องทางการได้ยินควรได้รับการพัฒนาการทางด้านสังคมเเละอารมณ์จากทางศึกษาดังนั้น ครูจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเเละพัฒนาทักษะทางสังคมเเละครูควรดูเเลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

3. การดูเเลเด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นควรดูเเลเด็กอย่างไร

ตอบ    เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นประเภทตาบอดสนิทก็สามารถเรียนรู้ได้ดีไม่แพ้เด็กปกติ อีกทั้งยังสามารถเรียนร่วมกันได้ด้วย เพียงแต่ครูจะต้องผลิตและใช้สื่อการสอนให้เหมาะกับเด็ก เช่น ใช้สื่อที่รับได้โดยไม่ต้องใช้สาย ตา หรือในกรณีที่เด็กมีความผิดปกติทางการมองเห็นเพียงเล็กน้อย ครูก็ควรพิถีพิถันในการเลือกใช้ตัว อักษร โดยให้มีขนาดใหญ่พอที่เด็กจะมองเห็นได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เด็กย่อมมีข้อจำกัดในการเรียนรู้บางเนื้อหาหรือกิจกรรม เช่น การเล่นกีฬาประเภทต่างๆ


ตอบคำถามจากคลิป “เรื่องการศึกษาพิเศษ เมื่อลูกพร้อม สังคมจึงพร้อม

1.น้องคิตตี้คือใคร เรียนชั้นไหนอายุเท่าไร เรียนที่ไหน มีลักษณะพิเศษอย่างไร

ตอบ น้องคิตตี้อายุ 6 ขวบ อยู่เรียนอนุบาล 3 ที่โรงเรียนสาธิตลอออุทิศ  เด็กที่มีโครโมโซมคู่ที่ 7 ผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้มีความบกพร่องทางการได้ยินและมีรูปมือที่ ผิดปกติ มีลักษณะคล้ายก้ามปู ช่องเพดานโหว่ทำให้มีปัญหาด้านการออกเสียง การหายใจ และปัญหาทาง สายตาจากรูปตาที่เล็กผิดปกติ

2.ครูใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้างในการช่วยเหลือคิตตี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

ตอบ เพิ่มเติมในเรื่องของกฎ กติกาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เมื่อน้องคิตตี้มีความพร้อมจึงมีการส่งต่อเข้าห้องเรียนพิเศษในระดับชั้นอนุบาล ซึ่ง มีคุณครูดูแลย่างต่อเนื่องตั้งแต่อนุบาล 1 จนถึงอนุบาล 3 เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเองได้มากกว่าเด็กปกติ เช่น การแปรงฟัน การติดกระดุม เป็นต้น และมีกตอบ : มีการฝึกทางด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้น้องคิตตี้ด้วย

3.เป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาคิดตี้

เป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาคิดตี้ การที่คิตตี้ใช้ชีวิตในด้านการเรียนรู้และเล่นที่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เด็กทุกคนมีโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าๆกัน

4.บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้คิตตึ้ไม่รู้สึกว่ามีปมด้อยคืออย่างไร

ตอบบทบาทของพ่อแม่คือดูแลเอาใจใส่คิตตี้ และคอยดูแลเอาใส่คิตตี้ในทุกๆอย่างๆ ทำให้คิตตี้เหมือนเด็กปกติทั่วไป

5.สื่ออุปกรณ์ในวีดีโอนี้ที่เหมาะกับการนำไปใช้กับเด็กควรมีคุณสมบัติอย่างไร

ตอบ อุปกรณ์ควรมีการใช้สื่อจากกระดาษที่แข็งแรง เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบจับของคิตตี้

6.การที่คิตตี้มาเรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกตินศ. คิดว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นของคิตตี้ได้รับการพัฒนาคือเรื่อง ใดบ้าง

ตอบ :  คือในเรื่องของการที่เพื่อนช่วยเพื่อน ฝึกจิตใจของเด็กให้รู้จักมีการช่วยเหลือเพื่อน และรู้จักแบ่งปั่นต่อเพื่อนร่วมห้อง

7.ในกรณีของน้องคิตตี้เข้ากับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มอย่างไร

ตอบ  ในกรณีของน้องคิตตี้นั้นจะเกี่ยวข้องกับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรก คือ

1)การได้รับการศึกษา พร้อมทั้งได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความ ช่วยเหลืออื่น ๆ ทางการศึกษา

2)การได้รับบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา โดยคำนึงถึงความสามารถความสนใจ ความถนัด

3)การได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการจัดหลักสูตรกระบวนการ เรียนรู้ ที่เหมาะสมกับเด็ก

8.เทคนิคใดที่พ่อกับแม่หรือครูใช้ในการช่วยเหลือคิตตี้ที่ นศ. ประทับใจ และเพราะเหตุใด

ตอบ ในการดูแลเอาใจใส่ของผู้ปกครองรวมทั้งคุณครูได้ยอมรับในตัวของคิตตี้ และค่อยช่วยเหลือคิตตี้ตลอดทั้งในด้านร่างกายทางด้านสังคมและบริบทรอบๆตัวของคิตตี้จึงทำให้คิตตี้เหมือนเด็กธรรมดาปกติทั่วไป

9. หากนศ. พบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครองอย่างไร

ตอบ จะพูดคุยให้คำแนะนำกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนนั้นว่าจะมีการช่วยเหลือเด็กอย่างไรและครูกับผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่เด็กอย่างสม่ำเสมอ

                                                                                                     นางสาวชลินัน ศาลางาม

                                                                                              บันทึกครั้งที่7

1.น้องปอ เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายและเป็นเด็กที่ติดแม่อยู่ห่างจากแม่ไม่ได้  เพราะพ่อแม่รักลูกและคอยช่วยเหลือลูกทุกอย่าง จนน้องปอทำอะไรด้วยตนเองไม่ได้ ครูจึงพาน้องปอเคลื่อนไหวทางด้านร่างกาย ใช้มือจับจานและใช้เท้าข้ามสิ่งที่ขว้าง ในขณะที่เด็กตบมือมีคำชมทำให้เด็กมีกำลังใจในการทำกิจกรรมต่อ และผู้ปกครองของน้องปอหวังว่าน้องปอจะเติบโตและแข็งแรงเหมือนเด็กปกติ

2.น้องเฟียส น้องมีลักษณะบกพร่องทางด้านร่างกายกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่คอยแข็งแรงเวลาเดินในการทำกิจกรรมหรือหยิบจับสิ่งต่างๆ ครูและผู้ปกครองจึงร่วมกันมีกิจกกรมให้น้องทำเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการของน้อง

3.น้องโฮม น้องมีลักษณะบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ อยู่นิ่งไม่ได้ ผู้ปกครองสอดแทรกกิจกรรมเข้าไปในกิจวัตรประจำวันของน้อง ครูพยายามสอนน้องในรู้จักช่วยเหลือตนเอง ด้วยความรักของพ่อกับแม่คอยช่วยลูกตลอดจนลูกเคยตัว ทำให้น้องทำอะไรเองไม่คอยจะได้

4.กาฟิวส์ น้องมีความบกพร่องในการพูดการใช้ภาษา ในขณะที่ทำกิจกรรมครูและผู้ปกครองคอยให้กำลังใจในการทำกิจกรรมต่อๆไป ผู้ปกครองมีส่งเสริมทั้งที่บ้านหลังจากการดูแลของครูผู้ปกครองก็มีกิจกกรรมให้ทำ

5.ไม่ทราบชื่อน้อง  น้องมีลักษณะบกพร่องทางการเรียนรู้เด็กไม่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนอย่างเดียว  ต้องมีการกระตุ้นจากที่บ้านด้วย การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมากผู้ปกครองจึงดูแลเอาใจใส่ ต้องมีเวลาดูแลลูกต้องกล้าที่จะคุยกับลูกและเปิดใจคุยกับคนในครอบครัว

6.ไม่ทราบชื่อน้อง  น้องมีลักษณะบกพร่องทางการมองเห็น ฝึกให้น้องหยิบจับสิ่งของและบอกลักษณะ ให้น้องได้สื่อสาร การพูดสำคัญมาก ผู้ปกครองสร้างกำลังใจให้ตนเองลูกจึงมีพลังขึ้นมา

บทบาทของครูและผู้ปกครอง

    การทำกิจกรรมครูจะพาเด็กทำกิจกรรมไปด้วยกัน มีการสาธิตและเด็กทำตามทำให้แด็กรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแต่ยังมีครูและผู้ปกครองอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจและคอยให้คำชมเชยทำให้เด็กมีกำลังใจในการทำกิจกรรมมากขึ้น ครูจะพยายามให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเอง เด็กทุกคนมีความบกพร่อง ต้องหัดให้เด็กช่วยเหลือตนเอง จะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเอง

 










ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวปนัดดา ต้นหนองสรวง รหัส62121860224

นางสาวศิราพร ดัชถุยาวัตร รหัส62121860207

นางสาวอิศราวรรณ สืบสอน รหัสนักศึกษา62121860201