นางสาว นริศรา ศรีเพชร 62121860230

 

บันทึกหลังเรียนครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

1.ได้ความรู้ที่เพื่อนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

-เด็กบกพร่องทางการได้ยิน

-เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น

-การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ

2.ได้รับความรู้ ข้อมูลเนื้อหา ที่ไม่เคยรู้มากก่อน

3.ได้รู้จักความหมายของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป 

ทุกคนในสังคมควรเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้ได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้ได้เท่าเทียมกับเด็กปกติมากขึ้น มุมมองทัศนคติของชุมชนหรือสังคมในพื้นที่ที่มีต่อเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเป็นไปในเชิงบวกหรือการยอมรับในคุณค่าและความสามารถมากของเด็กมากขึ้น 

สิ่งที่ประทับใจ

ประทับใจที่เพื่อนได้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ได้ให้ความรู้กับเพื่อนๆ ตามแต่ละหัวข้อที่ได้นำเสนอ

และสนุกกับที่อาจาร์ยสอนให้ฝึกมีสมาธิ การเรียกสติ ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

          ความกล้างแสดงออก

          เทคนิคการเรียกสติของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ





บันทึกหลังเรียนครั้งที่ 2 วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

      แนวทางในการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

สุขภาวะของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ เป็นความอยู่ดีมีสุขของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจ แลละสติปัญญา โดยครอบครัวเป็ษนศูนย์กลางในกหารดูแลเด็กและประสานความช่วยเหลือจากครู ผู้ดูแล ชุมชนและทุกองคืกรในการช่วยเหลือเด็ก แนวทางในการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ แบ่งออกเป็น แนวทางในการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษในระดับครอบครัว และในระดับชาติดังนี้

 แนวทางในการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษในระดับครอบครัว 

1. การมีความรู้ความเข้าใจเกียวกับพัมนาการเด็กปกติและพัฒนาการของลูกที่เป็นอยู่

 -ด้านร่างกาย 

-ด้านจิตใจ

-ด้านสังคม

-ด้านจิตวิณญาณ

2. การเรียนรู้แนวทางการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่ถูกต้อง

3. การส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีแก่เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

4. การกระตุ้นให้เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ มีพัฒนาการด้านต่างๆ ทุกด้าน

5. การรู้จักใช้ประโยชน์จากแหล่งบริการต่างๆ ทางสังคม

6. การเรียนรู้ผลกระทบของความบกพร่องที่มีต่อพัฒนาการของเด็ก

7. การจัดสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัย

8. การเลี้ยงดูเด็กด้วยความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจ

แนวทางในการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษในระดับชาติ

*เพื่อนออกมานำเสนองานหน้าชั้นเรียนในหัวข้อกลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ทำ

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

จากแต่ก่อนคิดว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นเด็กที่มีปัญหาในด้านต่างๆ  เมื่อได้เรียนรู้ในวันนี้ได้ทราบถึง การมีความรู้่ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเก็กปกติและพัฒนาการของลูกที่เป็นอยู่และควรประเมินพัฒนาการีและพฤติกรรมของเด็กเป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษให้มีสุขภาวะได้นั้น ครอบครับมีบทบาทหลักในการดูแลเด็ก

สิ่งที่ประทับใจ 

    ประทับใจในการสอนของอาจารย์ อาจารย์มีการยกตัวอย่างเพื่อให้นักศึกเข้าใจได้ง่ายขึ้น ทำให้เป็นบทเรียนที่น่าสนใจในการเรียนมากขึ้น  

สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

     จากการเรียนในวันนี้สามารถนำเนื้อหาที่ได้เรียนไปสังเกตเด็กปฐมวัยได้




กำลังอัปโหลด: อัปโหลดแล้ว 1383515 จาก 1383515 ไบต์



กิจกรรมที่ให้ทำ

 หากเป็นครูแล้วมีลูกที่มีความต้องการพิเศษต้องปรับความคิด ต้องทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือลูก มีการเตรียมตัวอย่างไร

1. ปรับเปลี่ยนความคิดอย่างไร

    ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับเด้กที่มีความต้องการพิเศษ เราควรศึกษา หาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวสิ่งที่เด็กเป็นอยู่ เพื่อเราใจได้ทำความเข้าใจง่ายขึ้นในการดูแล ตัวเราเองก็เป็นครูปฐมวัยอยู่แล้ว ก็พอจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากพอสมควร  เด็กที่มีความต้องการพิเศษบางคนเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ เด็กที่มีความต้องการพิเศษถ้าหากเขาได้รับการดูแลช่วยเหลือและมีการส่งเสริมพัฒนาการอยู่ตลอดเวลาอย่างเหมาะสม โดยครอบครับมีบทบาทหลักที่จะดูแลตัวเด็กเป็นอย่างมาก เพราะตัวเราต้องอยู่กับลูกตลอดเวลา เราเป็นคนหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกเกิดการพัฒนาการที่ดีขึ้นทำให้เขาสามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนคนปกติ

2. ต้องเตรียมตัวอย่าง้ไร

    สิ่งแรกที่เราต้องเตรียม คือศึกษาเนื้อหา ทำความรู้ความเข้าใจกับโรคที่ลูกเป็นอยู่ เพื่อที่เราจะได้หาแนวทางในการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษและการช่วยเหลือ ส่งเสริมพัฒนาการของลูก ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา การดูแลลูกควบคู่ไปกับครอบครัวการส่งเสริมประสานงานระหว่างครอบครัว มีการประเมินพัฒนาการและพฤตืกรรมของลูกเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง

บันทึกหลังเรียนครั้งที่ 3 วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

     ได้รับความรู้จากที่เพื่อนได้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

    เข้าใจกับสิ่งที่เด็กมีความต้องการพิเศษมากขึ้น เด็กที่มีความต้องการพิเศษ คือเด็กที่บกพร่อง เด็กที่มีความสามารถพิเศษและเด็กยากจนและด้อยโอกาส

สิ่งที่ประทับใจ 

   ประทับใจในการนำเสนองานของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม นำเสนอได้น่าสนใจมีเนื้อหาองค์ประกอบครบถ้วน 

สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

   ได้นำความรุ้ที่ได้รับไปสังเกตเด็กๆ ที่บ้าน หรือพื้นที่ใกล้เคียงที่เราอยู่ อาจจะมีเด็กบางคนที่เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เราจะได้แนะพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กในการช่วยเหลือดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด 

บันทึกหลังเรียนครั้งที่ 4 วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

    ได้ความรู้การสังเกตเด็กที่มีความต้องการพิเศษในแต่ละแบบที่เพื่อนได้ส่งเนื้อหาข้อมูลให้ แต่ละประเภทเป็นอย่างไร

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป    

    ได้ทราบเนื้อหาของเด็กที่มีความต้องการพิเศษแต่ละประเภทที่เพื่อนได้ส่งมาให้นั้นเป็นอย่างไร มีอาการอย่างไร เป็นเหมือนสิ่งที่เราเคยคิดไว้หรือไม่ บางประเภทอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนสิ่งที่เราเคยคิด เพราะได้ศึกษาเนื้อหาที่เพื่อนได้ส่งมาให้

สิ่งที่ประทับใจ

    ประทับใจในการทำงานของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม เพื่อนแต่ละกลุ่มมีความรับผิดชอบในการทำงาน ส่งเนื้อหาตรงเวลาที่อาจารย์ได้มอบหมายให้

   สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน 

    เราสามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากการสังเกตเด็กที่มีความต้องการพิเศษมาใช้ในการสังเกตเด็กได้ เพื่อที่เราจะได้หาแนวทางช่วยเหลือ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ทัน

                                         แบบคัดกรองบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ มี 9 ประเภทดังนี้

1. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน






2. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหวและสุขภาพ




3. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น




4. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา





5. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้









6. แบบคัดกรองนักเรียนรายบุคคล






7. บุคคลออทิสติก





8. บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์






9. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา






บันทึกหลังเรียนครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564

จากการได้ดูคลิปวิดีโอ เด็กพิเศษสังเกตได้

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

ความบกพร่อง หมายถึง การมีความผิดปกติของโครงสร้างและการทำหน้าที่ของร่างกาย หรือจิตใจ หรือการสูญเสียอวัยวะหรืออวัยวะอันใดอันหนึ่งอันใดเสียหน้าที่ไป เช่น ร่างกายพิการ สมองพิการเป็นต้น

ได้รู้จักประเภทของเด็กพิเศษว่ามี่ทั้งหมด 7 ประเภทได้แก่

1.บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

2.บุคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

3.บุคคลที่มีปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม

4.บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

5.บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ

6.บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้

7.บุคคลออทิสติก

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

          เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่มีความบกพร่องหรือมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา ที่แตกต่างจากเด็กปกติ รวมทั้งเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ได้รู้ว่ามีความแตกต่างกันมีผลต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตประจำวัน ทำให้เด็กต้องการความช่วยเหลือและการดูแลเป็นพิเศษที่เพิ่มเติมจากการดูแลเด็กปฐมวัยทั่วไปอยู่ในวัยเดียวกันเพื่อให้เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษมีพัฒนาการอย่างเต็มศักยภาพทั้งทางวด้าน ร่างกาย จิตใจ สังคม สติปัญญา

สิ่งที่ประทับใจ

          ประทับใจ วิดีโอที่อาจารย์ได้ให้ศึกษาค้นคว้า หาคำตอบ ว่าเด็กพิเศษสังเกตได้อย่างไร ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

 สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 ได้นำความรู้ที่เราได้ศึกษาทำความเข้าใจ ไปสังเกตเด็กที่โรงเรียนหรือแถวหมู่บ้านของตัวเองได้ สามารถให้ คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองได้ ว่าควรทำอย่างไร สามารถนำข้อมูลที่เราได้รับมาเป็นวิธีการ สังเกตเด็กได






บันทึกหลังเรียนครั้งที่ 6 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2564

 จากการดูวิดีโอ เรื่องการศึกษาพิเศษ เมื่อลูกพร้อม สังคมจึงพร้อม และ ศึกษาเอกสารหน่วยที่ 4 เรื่องการช่วยเหลือที่มีความต้องการพิเศษในระยะแรกเริ่ม


ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
         การช่วยเหลือเด็กในระยะแรกเริ่ม หมายถึง การจัดโปรแกรมที่เป็นระบบในการให้บริการด้านต่างๆโดยเร็วที่สุดแก่เด็กที่มีความเสี่ยงทุกระดับ การช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษในระยะแรกเริ่มมีความสำคัญจึงควรเริ่มโดยเร็วที่สุด วึ่งการให้ความช่วยเหลือเร็วเท่าใดจะยิ่งทำให้เด็กได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น

หลักการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1.หลักการช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษในระยะแรกเริ่ม

 ประการที่1 ยึดพัฒนาการเด็ก
ประการที่2 ปรัชญาว่าด้วยพฤติกรรมมนุษย์
ประการที่3 ปรัชญษบรูณาการทฤษฎีต่างๆ 
ประการที่4 การทำงานพื้นฐานร่วมกับแพทย์
ประการที่5 คณะทำงาน
ประการที่6 ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลาง
2.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่ม
    ได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้นจากการชมวิดีโอ
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
        การช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัว เริ่มจากการรวบรวมข้อมูล จากนั้นจะเป็นการประเมินพัฒนาการของเด็กเพื่อตรวจสอบว่าเด็กมีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความพิการหรือไม่ จากที่เคยมองว่าเด็กพิเศษเป็นเด็กที่ด้อยโอกาส พอได้มาชมวิดีโอนี้แล้วทำให้เปลี่ยนความคิด เด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่ได้เป็นเด็กที่ด้อยโอกาส หากเด็กได้รับการดูแลลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง และฝ่ายงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง  
สิ่งที่ประทับใจ 
        ประทับใจที่พ่อแม่ของน้องคิตตี้ คอยดูแลเอาใจใส่น้องอยู่ตลอดเวลา และคุณครูที่คอยช่วยเหลือ 
สิ่งที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
        การให้ความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คือ เราต้องมีข้อมูลหรือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กก่อนและครอบครัวของเด็กก่อน มีการประเมินพัฒนาการของเด็กโดยใช้แบบทดสอบต่างๆ ได้นำเนื้อหาที่ได้เรียนรู้มาแนะนำผู้ปกครองได้ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวปนัดดา ต้นหนองสรวง รหัส62121860224

นางสาวศิราพร ดัชถุยาวัตร รหัส62121860207

นางสาวอิศราวรรณ สืบสอน รหัสนักศึกษา62121860201