นางสาวนิธิพร ปัดภัย 62121860222
บันทึกครั้งที่ 1
วันที่ 4 ธันวาคม 2563
ความรู้ที่ได้รับ
ได้เรียนรู้ความหมายของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
ประเภทของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ และความหมายของของสุขภาวะ
สุขภาวะที่สมบูรณ์ทางร่างกาย สุขภาวะที่สมบูรณ์ทางจิต สุขภาวะที่สมบูรณ์ทางสังคม
สุขภาวะที่สมบูรณ์ทางจิตวิญญาณ
ความสำคัญของสุขภาวะและความสำคัญของสุขภาวะของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
และได้เรียนรู้การทำสัญญาลักษณ์มือประกอบการร้องเพลงและทำสัญญาลักษณ์มือโดยที่ไม่ต้องร้องเพลง
ทำให้มีทักษะด้านการจำการคิด
เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
คือ เด็กที่สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ 26 เดซิเบลขึ้นไป
ทำให้สูญเสียการได้ยิน เกณฑ์ในการพิจารณา
สาเหตุของการสูญเสียการได้ยินและปัญหาในการพัฒนาการ
เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น
คือ บุคลที่สูญเสียการเห็นตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงตาบอดสนิท เกณฑ์ในการพิจารณา
สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของดวงตาและความผิดปกติของสายตา และปัญหาในด้านพัฒนาการ
ด้านพฤติกรรม ด้านการเรียน
เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหว
หรือสุขภาพ เกณฑ์ในการพิจารณา สาเหตุจากสภาวการณ์ระหว่างที่มารดาตั้งครรภ์ จากโรคพันธุกรรม
จากความผิดปกติระหว่างคลอด และปัญหาเกี่ยวกับการรู้ ปัญหาด้านจิตใจ
ปัญหาด้านร่างกาย
มุมมองทัศคติที่เปลี่ยนไป
เมื่อก่อนเข้าใจว่าเด็กพิเศษเป็นเด็กที่เรียนรู้ได้ช้ากว่าเด็กทั่วไป
อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่พอได้เรียนในวิชานี้ทำให้ดิฉันได้ทราบว่าเด็กพิเศษ
คือเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สังคม
และสติปัญญาที่แตกต่างไปจากเด็กปกติ เด็กกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล
ช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้าน การใช้ชีวิตประจำวัน
การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพของเขาเอง
โดยออกแบบการดูแล ช่วยเหลือเด็ก ตามลักษณะความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคน
ความประทับใจ
ประทับใจในการสอนที่ให้ผ่อนคลายโดยการทำสัญญามือที่ร้องเพลงและไม่ได้ร้องเพลง เป็นการให้เราได้ฝึกสมาธิ และไม่วอกแวก และการเรียนการสอนที่เล่าเรื่อง โดยยกตัวอย่างเด็กพิเศษที่นักศึกษาได้เจอในการออกสังเกตการสอนที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถนำการทำสัญญามือไปใช้กับเด็กปฐมวัยได้ และการแก้ปัญหาในการช่วยเหลือเด็กพิเศษในกรณีต่างๆได้
บันทึกครั้งที่
2
วันที่ 18 ธันวาคม 2563
ความรู้ที่ได้รับ
ได้ทราบว่าการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้นั้น
ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลเด็ก พ่อแม่หรือผู้ดูแลที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก ควรมีความรู้และความเข้าใจในการดูแลเด็กพิเศษ
เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
คือ เด็กที่บกพร่องในการทำงานของกระบวนการทางสติปัญญา คือเด็กที่มี IQ ต่ำกว่า 70 คะแนน สาเหตุเกิดจากสภาพทางพันธุกรรม ปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์
การขาดสารไอโอดีน และมักจะประสบปัญหาเกือบทุกด้านในการดำรงชีวิตในประจำวัน
เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
คือเด็กที่มีความผิดปกติในการทำงานของสมองบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้
เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ สาเหตุมาจากปัจจัยทางชีวภาพ
และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่พบก็จะมีปัญหาการพูดและการสื่อสาร
ปัญหาพื้นฐานการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์
เด็กที่มีความพกพร่องทางภาษาการพูดและภาษา
คือความบกพร่องที่เกิดจากกระบวนการเปล่งเสียงและใช้คำพูด
สาเหตุเกิดจากทางด้านร่างกาย ทางสภาพแวดล้อม ทางด้านจิตวิทยา
มุมมองทัศคติที่เปลี่ยนไป
เมื่อก่อนเข้าใจว่าเด็กที่มีความพกพร่องทางสติปัญญา
คือเด็กที่ การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ไม่ได้แต่พอได้เรียนทำให้ดิฉันได้ทราบว่าเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
คือ เด็กที่บกพร่องในการทำงานของกระบวนการทางสติปัญญา คือเด็กที่มี IQ ต่ำกว่า 70 คะแนน
ความประทับใจ
การยกตัวอย่างเด็กที่มีความพกพร่องต่างๆ
และเล่าเรื่องลาวกับตัวเด็กทำให้นักศึกษามีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถนำพฤติกรมเด็กที่อาจารย์ได้ยกตัวอย่างไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
และการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ
ในการออกไปในโรงเรียนในครั้งต่อๆไป
กิจกรรม
หากเป็นครูแล้วมีลูกที่มีความต้องการพิเศษต้องปรับความคิดอย่างไร และต้องทำอย่างไร เพื่อช่วยเหลือลูก
1. ปรับเปลี่ยนความคิดอย่างไร
ต้องดูแลให้ดีที่สุดเหมือนเด็กทั่วๆไป ต้องคอยให้ความรัก ความอบอุ่น คอยเอาใจใส่ และยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร ไม่ควรเอาลูกไปเปรียบเทียบกับใคร คอยเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้กับลูก
2. ต้องเตรียมตัวอย่างไร
ศึกษา
ทำความเข้าใจปรึกษา พูดคุยทำความเข้าใจกับสมาชิกในบ้านทุกคนเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและจะได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างเหมาะสมมากขึ้น
การเปิดการรับรู้เรื่องเด็กพิเศษสู่สังคมทำได้โดยการให้ข้อมูลความรู้ ผ่านทางสื่อต่างๆ
ทั้งวิทยุ และเรียนรู้ว่าเด็กชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มากน้อยแค่ไหน
แล้วนำมาจัดลำดับความสำคัญ เพื่อใช้เป็นแรงเสริมด้านต่างๆ เอาใจใส่เรื่องวิธีการเลี้ยงดูเขาอย่างถูกต้อง
เหมาะสมให้เต็ม ที่ในครอบครัวว่าจะเลี้ยงดูเขาอย่างไร
บันทึกครั้งที่
3
วันที่ 25 ธันวาคม 2563
ความรู้ที่ได้รับ
เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรือารมณ์ คือพฤติกรรมหรือารมณ์ที่ไม่เหมาะสมเบี่ยงเบนไปจากเด็กทั่วไป จะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และศักยภาพในด้านต่างๆของเด็กและผู้อื่น สาเหตุจากปัจจัยด้านชีวภาพ ปัจจัยด้านจิตใจ ปัจจัยด้านสังคม และเกิดปัญหาด้านความสามารถในการเรียนรู้ ปัญหาด้านจิตใจ ปัญหาด้านสังคม
เด็กออทิสติก คือ ภาวะระบบประสาททำงานซับซ้อน สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของยีน จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับประสาทสัมผัส อาการชัก ปัญหาสุขภาพจิต
เด็กที่มีความสามารถพิเศษ คือ
เด็กที่มีความสามารถอันโดดเด่นด้านสติปัญญา การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ
ความสามารถทางกีฬา
แสดงให้เห็นศักยภาพอย่างประจักษ์เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเด็กที่อายุระดับเดียวกัน
ลักษณะเด็กจะใช้คำศัพท์สูงเกินวัย จดจำสิ่งต่างๆได้รวดเร็ว เข้าใจที่ซับซ้อน
มุมมองทัศคติที่เปลี่ยนไป
เข้าใจเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรือารมณ์มากขึ้น ทำให้เห็นความแตกต่างของเด็กพิเศษ
ความประทับใจ
การนำเสนอของเพื่อนมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ครบถ้วน เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอน
และแก้ปัญหา การส่งเสริมต่างๆให้กับเด็กได้ในอนาคต
บันทึกครั้งที่4
วันที่ 8 มกราคม 2563
ความรู้ที่ได้รับ
ได้เรียนรู้วิธีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละกลุ่มและได้ทราบแบบคัดกรองเด็กที่มีความต้องการพิเศษในแบบต่างๆที่เพื่อนส่ง
มีการดูแลรักษาอย่างไรบ้าง การปฎิบัติดูแลในตัวเด็กอย่างไร
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนใจ
ได้ทราบถึงการเรียนรู้ในการดูแลเด็ก
ว่ามีการดูแลอย่างไร นำวิธีการที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้กับเด็กๆ
เรียนรู้ในเนื้อหาต่างๆของกลุ่มในแต่ละกลุ่มว่ามีเนื้อหาอย่างไรบ้าง
ความประทับใจ
ได้เรียนรู้ในเนื้อหาต่างๆของกลุ่มเพื่อน
ว่ามีเนื้อหาอย่างไร มีรูปภาพประกอบเพื่อให้การเรียนรู้เข้าใจมากขึ้น
ทำให้เรื่องบางเรื่องเราได้เข้าใจในเนื้อหามากขึ้น
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถนำความรู้การสังเกตเด็กที่มีความต้องการพิเศษมาใช้ในการสังเกตเด็ก
หรือนักเรียนที่เราต้องพบเจอ เพื่อสามารถหาแนวทางช่วยเหลือได้
และสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปบอกต่อแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กๆ
เพื่อที่จะสามารถสังเกตพัฒนาการของลูกได้
แบบคัดกรองบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ มี 9 ประเภทดังนี้
1. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
2. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหวและสุขภาพ
3. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
4. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
5. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
6. แบบคัดกรองนักเรียนรายบุคคล
7. บุคคลออทิสติก
8. บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
9. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
วันที่ 15 ธันวาคม 2563
ความรู้ที่ได้จากคลิปและตั้งคำถาม พร้อมคำตอบแบบอัตนัย(เขียนบรรยาย) คนละ 3 ข้อ
ความรู้ที่ได้รับ
ได้รูุ้ว่าเด็กประเภทมี 7 ประเภท
1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
3. บุคคลที่มีปัญหาทางอารมณ์ เเละ พฤติกรรม
4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือ สุขภาพ
6. บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
7. บุคคลออทิสติก เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ สมาธิสั้น
ปัจจุบันมีทั้งเด็กพิเศษเเท้ - เด็กพิเศษเทียม
การเลี้ยงลูกด้วยเทคโนโลยี เช่น เเท็บเเล๊ต สมาร์ทโพน ให้เด็กอยู่กับลื่อ ทำให้เด็กเป็นสมาธิสั้นลง สมาธิเทียมหรือภาวะะออทิสติกเทียมได้ เเละอาจทำให้ปฏิสัมพันธ์กันคน สังคม ลดลงได้
การสังเกต (ความบกพร่องทางการมองเห็น) เวลาเด็กเขียนหนังสือจะหรี่ตา บ่นว่ามองไม่ชัด
การสังเกต (ความบกพร่องทางการได้ยิน) เวลาเรียกเด็กหันไหม เมื่อเรียกด้วยเสียงปกติ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ จะมีอาการคล้ายกับเด็กสมาธิสั้น
การสังเกต (ความบกพร่องทางอารมณ์ และ พฤติกรรม) เด็กมีการซึมเศร้าหงุดหงิด ไม่อยากไปโรงเรียน จะมีอาการร้องงอเเงกว่าเด็กวัยเดียวกัน
การสังเกต (ความบกพร่องทางร่างกาย หรือ สุขภาพ) สังเกตการชัดเจนจากมีการเจ็บป่วยเรื้อรัง เเขนขาลีบ โปลิโอ หรือพิการทางด้านอื่น
การสังเกต (ความบกพร่องทางสติปัญญา) มีพัฒนาการในการเดิน การคลาน การพูดช้ากว่าปกติ เด็กบางคนอาจจะมีประวัติเลี้ยงง่าย หรือเข้าสู่วัยเรียนเเล้วเรียนไม่ทันเพื่อน
การสังเกต (ความบกพร่องทางการเรียนรู้) ก่อนวัยเรียอาจพูดได้ช้า ในวัยเรียนจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
การสังเกต (ออทิสติก) ชอบทำอะไรเเปลกๆซ้ำๆ พูดโต้ตอบกับคนอื่นไม่ได้ ไม่เล่นกับเด็กคนอื่น
การเล่น เป็นการส่งเสริมพัฒนาการ ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การเล่นที่ดีขึ้นอยู่กับครอบครัวเป็นหลัก
เด็กพิเศษทุกประเภท สามารถพัฒนาได้ ผู้ปกครองต้องมีความรักให้กับลูกเเละไม่โทษสิ่งอื่น ส่งเสริมพัฒนาการของลูกในทุกๆด้าน
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
จากที่เมื่อก่อนเข้าใจว่าเทคโนโลยีมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างมาก เเต่เมื่อได้ดูคลิปวีดีโอนี้ ทำให้ทราบว่า เทคโนโลยีต่างๆ ทำลายสมาธิของเด็ก ทำให้เด็กเกิดอาการเด็กพิเศษเทียม เป็นสิ่งที่พ่อเเม่สร้างขึ้นให้กับเด็ก เเละทำให้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเเละผู้อื่น พ่อเเม่ผูปกครองควรให้ความรัก ให้การดูเเลเอาใจใสกับเด็ก เเละเล่นกับลูกให้เป็นประจำ เเละช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้
ความประทับใจ
ประทับใจในหลักการให้ความรู้ที่เข้าใจง่าย เเเละมีวิธีการสังเกตเด็กเเบบต่างๆ ได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
นำไปใช้ในการสังเกตพฤติของเด็กว่าเด็กมีความบกพร่องหรือไม่ ถ้าเด็กมีความบกพร่องก็จะสามารถหาเเนวทางในการเเก้ไขได้ทัน
คำถาม
1. เด็กพิเศษเเต่ละประเภท มีการสังเกตอย่างไร
ตอบ การสังเกต (ความบกพร่องทางการมองเห็น) เวลาเด็กเขียนหนังสือจะหรี่ตา บ่นว่ามองไม่ชัด
การสังเกต (ความบกพร่องทางการได้ยิน) เวลาเรียกเด็กหันไหม เมื่อเรียกด้วยเสียงปกติ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ จะมีอาการคล้ายกับเด็กสมาธิสั้น
การสังเกต (ความบกพร่องทางอารมณ์ และ พฤติกรรม) เด็กมีการซึมเศร้าหงุดหงิด ไม่อยากไปโรงเรียน จะมีอาการร้องงอเเงกว่าเด็กวัยเดียวกัน
การสังเกต (ความบกพร่องทางร่างกาย หรือ สุขภาพ) สังเกตการชัดเจนจากมีการเจ็บป่วยเรื้อรัง เเขนขาลีบ โปลิโอ หรือพิการทางด้านอื่น
การสังเกต (ความบกพร่องทางสติปัญญา) มีพัฒนาการในการเดิน การคลาน การพูดช้ากว่าปกติ เด็กบางคนอาจจะมีประวัติเลี้ยงง่าย หรือเข้าสู่วัยเรียนเเล้วเรียนไม่ทันเพื่อน
การสังเกต (ความบกพร่องทางการเรียนรู้) ก่อนวัยเรียอาจพูดได้ช้า ในวัยเรียนจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
การสังเกต (ออทิสติก) ชอบทำอะไรเเปลกๆซ้ำๆ พูดโต้ตอบกับคนอื่นไม่ได้ ไม่เล่นกับเด็กคนอื่น
2. ทำไมเด็กออทิสติกในปัจจุบันจึงมีเพิ่มมากขึ้น
ตอบ เพิ่มมากขึ้นจากบริบทการเลี้ยงดู การเรียนรู้ต่างๆรอบตัว การนำเทคโนโลยีมาใช้ในเด็ก พันธุกรรม เเละมีการตรวจพบมากขึ้น มีทั้งเด็กพิเศษเเท้เเละเด็กพิเศษเทียม เเละเด็กออทิสติก มีความต้องการเฉพาะ เเละต้องการการดูเเลอย่างเหมาะสม
3. ประเทศไทยมีเด็กด้อยโอกาสถึง30% พบในไหนบ้าง
ตอบ 70% อยู่ในระบบ 30% อยู่นอกระบบ เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เช่น เด็กเร่ร่อน เด็กยากจน ครอบครัวเเตกเเยก เด็กที่ด้อยโอกาศทางการศึกษา
บันทึกครั้งที่6
วันที่ 22 มกราคม 2564
ความรู้ที่ได้รับ
จากการชมคลิปวิดีโอ การศึกษาพิเศษ เมื่อลูกพร้อม สังคมจึงพร้อม ทำให้ได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมไปถึงแนวทางในการดูแลลูกที่มีความบกพร่อง อย่างแรกคือการเปิดใจยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น การดูแลเอาใจใส่ และวิธีการให้ความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่ม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่ม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยส่งผลต่อการพัฒนาทักษะต่างๆของลูก
ตอบคำถามจากการดูคลิปน้องคิตตี้




































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น