นางสาวจันทราพร หอมขจร รหัสนักศึกษา 62121860219

บันทึกครั้งที่ 1 วันที่ 4 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับ

          ได้ทราบสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น คือ บุคคลที่สูญเสียการเห็นตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงตาบอดสนิท สาเหตุ คือ ความผิดปกติของดวงตา เกิดจากความเสี่ยมสภาพกล้ามเนื้อตาหรืออุบัติเหตุ,การไม่ถนอมสายตา,กรรมพันธุ์ ความผิดปกติของสายตา เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อดวงตา โรคบางอยาง เช่น โรคเนื้องอกที่ตา ทำให้เด็กได้รับปัญหาตามมาคือด้านพัฒนาการ เกิดข้อจำกัดทำให้เด็กไม่ได้รับข้อมูลไม่ได้ฝึกฝนทักษะ ทำให้เกิดความล่าช้าของพัฒนาการ ด้านพฤติกรรม มักมีอารมณ์หงุดหงิด อันเกิดจากความไม่ได้ดั่งใจ ในข้อจำกัดของตนเอง
            ได้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ สาเหตุเกิดจากโรคทางพันธุกรรม มีการถ่ายทอดความผิดปกติทางสายเลือด เด็กในครรภ์อาจดิ้นไม่แรงหรือไม่ดิ้น เนื่องจากมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย ได้ทราบถึงเกณฑ์การพิจารณา คือ มีอวัยวะที่ไม่สมส่วน หรือแขนขาลีบ มีอวัยวะขาดหายไป มีการผิดรูปของกระดูกและข้อ เป็นต้น
            การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ เป็นกลุ่มของเด็กในกลุ่มบกพร่องอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องในส่วนสำคัญ 2 ส่วน 1) บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ได้แก่ บุคคลที่มีอวัยวะที่ไม่สมส่วนหรือขาดหายกระดูกหรือกล้ามเนื้อผิดปกติ เช่นโรคทางระบบประสาท โรคของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกไม่สมประกอบมาตั้งแต่กำเนิด การได้รับอุบัติเหตุ และโรคติดต่อ 2) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพได้แก่ บุคคลที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีโรคประจำตัวซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

            มีความรู้สึกว่าเด็กปฐมวัยที่ความต้องการพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และควรได้รับโอกาสเหมือนเด็กทั่วไป มีความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากยิ่งขึ้น ถ้าเปรียบเทียบจากที่ผ่านมา

ชั่วโมงวิชานี้มีอะไรที่ประทับใจ

             รู้สึกประทับใจในการทำท่าประกอบเพลง ช่วยฝึกสมาธิให้จดจ่อกับสิ่งที่ได้ปฏิบัติอยู่ และมีการร้องเพลงในใจ พร้อมทำท่าทาง ซึ่งเป็นการช่วยฝึกความมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

การนำบทเพลงและการทำท่าประกอบและวิธีการสอน ไปปรับใช้กับเด็กนักเรียนช่วยฝึกสมาธิก่อนเรียนทำให้รับรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างเข้าใจ และมีจิตใจที่จดจ่อ




  




                                               

บันทึกครั้งที่ 2 วันที่ 18 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับ

            ได้รับความรู้เกี่ยวกับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา คือเด็กที่บกพร่องในการทำงานของกระบวนการทางปัญญา โดยIQของคนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100 คะแนน ได้เข้าใจถึงสาเหตุของการมีความบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งสาเหตุมาจากสภาพทางพันธุกรรม ปัญหาระหว่างตั้งครรภ์ ปัญหาระหว่างการคลอด การที่เด็กได้รับสารพิษ หรือ ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ การขาดสารไอโอดีน ภาวะขาดสารอาหาร ได้ทราบถึงเกณฑ์การพิจารณา มีระดับเชาว์ปัญญาหรือ ไอคิวต่ำกว่า 70 และได้รับรู้ปัญหาของเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญาเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามักประสบปัญหาเกือบทุกด้านในการดำรงชีวิตประจำวันและพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องได้รับความลำบากในการเลี้ยงดูบุตร เนื่องจากเด็กต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษกว่าเด็กทั่วไป

            เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ คือเด็กที่มีความผิดปกติในการทำงานของสมองบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้อาจเกิดขึ้นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านก็ได้ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ โดยที่เด็กมีระดับสติปัญญาปกติแต่ไม่สามารถเรียนรู้ในด้านที่บกพร่องได้ สาเหตุเกิดจากปัจจัย 2 ประการ คือ 1. ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ พันธุกรรม 2. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่นฐานะเศรษฐกิจของครอบครัว เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ขาดโอกาสในการได้รับการดูแลจากผู้ปกครองในเรื่องการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็น
            ความบกพร่องของเด็กทางด้านการพูดและภาษาเกิดจากกระบวนการเปล่งเสียงและการใช้เสียงพูด ความบกพร่องในการเข้าใจหน่วยเสียง การใช้คำประโยค เพื่อสื่อสารอย่างเหมาะสมในภาษาพูด สาเหตุของการบกพร่องทางการพูด สาเหตุทางด้านร่างกาย เกิดจากอวัยวะการออกเสียงบางส่วนผิดปกติ เช่นเพดานปาก ลิ้น ฟัน สาเหตุทางสภาพแวดล้อม โดยธรรมชาติเด็กจะเลียนแบบสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวจากสิ่งที่เด็กได้ยิน และเห็นบ่อย ๆ สาเหตุทางด้านจิตวิทยา การที่เด็กได้รับความกระทบกระเทือนทางอารมณ์ทำให้เด็กขาดความมั่นใจในการพูด
 
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

            มีความรู้สึกว่าเด็กปฐมวัยที่ความต้องการพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และควรได้รับโอกาสเหมือนเด็กทั่วไป มีความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากยิ่งขึ้น ถ้าเปรียบเทียบจากที่ผ่านมา

ชั่วโมงวิชานี้มีอะไรที่ประทับใจ

            ประทับใจที่ได้รับความรู้เพิ่มเติมจากการนำเสนอของเพื่อน ๆ ประทับใจวิธีการสอนของอาจารย์ที่ใช้การเงียบเพื่อให้นักศึกษาตั้งใจฟังสิ่งที่กำลังจะสอน

นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่นำไปใช้ชีวิตประจำวันคือ ใช้ความรู้ที่ได้รับในเรื่องความบกพร่องของเด็กมาดูแลเด็กนักเรียนที่มีความบกพร่อง เพราะเราได้ทราบถึงปัญหาที่ตามมาเมื่อเกิดความบกพร่องจึงดูแลได้อย่างตรงจุดและถูกต้อง

กิจกรรม  สมมุติตัวเรามีลูกชื่อ Extra Zen อายุ 4 ขวบ ตัวเราเป็นเพียงครูธรรมดาและสามีเป็นครูพละ สอนวันจันทร์-ศุกร์ อาศัยอยู่ในเมืองสุรินทร์ห่างไกลจากญาติ บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอุบล และมีลูกเป็นเด็กพิเศษต้องปรับความคิดอย่างไร และต้องปฏิบัติอย่างไร เพื่อช่วยเหลือลูก    

1. การปรับความคิด ต้องยอมรับในความเป็นจริงยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น ดูแลลูกเหมือนคนปกติให้ความรักความเอาใจใส่ ความอบอุ่น ไม่มองมองว่าเป็นภาระเมื่อมีเขา เวลาที่อยู่ด้วยกันควรแสดงออกด้วยความรักอย่างเต็มที่เพื่อให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข

2. สิ่งที่ต้องปฏิบัติ พยายามทำความเข้าใจ ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และนำมาใช้คอยสังเกตพฤติกรรมของลูกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เอาใจใส่ในทุกเรื่องของเด็กเลี้ยงดูด้วยความรักเหมือนกับเด็กปกติ และทำความเข้าใจกับคนใกล้ชิดเพื่อให้ปฏิบัติกับเด็กอย่างถูกต้อง พาเด็กเข้าสังคมหมู่เพื่อนตามปกติเพื่อเสริมสร้างความสุขให้เด็กได้ใช้ชีวิตที่ปกติเหมือนคนทั่วไปสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข




บันทึกครั้งที่ 3 วันที่ 25 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้รับ

            เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี ที่แสดงพฤติกรรมหรืออารมณ์ไม่เหมาะสมเบี่ยงเบนไปจากเด็กทั่วไป จะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมศักยภาพด้านต่าง ๆ ของเด็กและผู้อื่น สาเหตุ 1. ปัจจัยเหตุด้านชีวภาพ มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ความผิดปกติของมารดาขณะตั้งครรภ์ การคลอด 2. ปัจจัยเหตุด้านจิตใจ เกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม 3. ปัจจัยเหตุด้านสังคม สิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมรอบตัว อิทธิพลจากคนรอบข้าง
            เด็กออทิสติก คือภาวะระบบประสาททำงานซับซ้อน ผู้ที่เป็นออทิสติก จะมีความสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคม พัฒนาทางด้านภาษามักจะด้อยกว่าผู้อื่น จะมีพฤติกรรมทำอะไรเหมือนเดิมซ้ำ ๆ โยนของไปมาสะบัดมือซ้ำ ๆ
            เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กที่แสดงออกซึ่งความสามารถอันโดดเด่นในด้านสติปัญญา การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ ศิลปะการแสดง พฤติกรรมดังกล่าวจะแสดงให้เห็นศักยภาพอย่างประจักษ์เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเด็กที่อายุหรือประสบการณ์ระดับเดียวกัน แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย ดังนี้ 1. เด็กที่มีสติปัญญาสูง (IQ 130 ขึ้นไป)
2. เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน (IQ อาจไม่ถึง 130)
3. เด็กที่มีควาคิดสร้างสรรค์

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

            ความรู้สึกว่าเด็กปฐมวัยที่ความต้องการพิเศษ ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และควรได้รับโอกาสเหมือนเด็กทั่วไป มีความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากยิ่งขึ้น ถ้าเปรียบเทียบจากที่ผ่านมา

ชั่วโมงวิชานี้มีอะไรที่ประทับใจ

ได้ความรู้ ใหม่ ๆ จากการนำเสนอของเพื่อน ๆ มีการนำเสนอเนื้อหาที่ครบถ้วนน่าสนใจ

นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

สามารถนำความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบกพร่องของเด็ก ไปปฏิบัติดูแลเมื่อมีโอกาส








บันทึกครั้งที่ 4 วันที่ 8 มกราคม 2563
ความรู้ที่ได้รับ
            ได้รับความรู้แบบคัดกรองความบกพร่องต่าง ๆ ท้ง 9 ด้าน ที่เพื่อน ๆ ได้ศึกษามาและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ว่าแบบคัดกรองมีลักษณะอย่างไร การตั้งคำถามเป็นอย่างไร 
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
            ได้ความรู้ว่าแบบคัดกรองความบกพร่องทั้ง 9 ด้าน มีการตั้งคำถามที่มีความแตกต่างกันออกไป
ชั่วโมงวิชานี้มีอะไรที่ประทับใจ
            ได้รับความรู้ใหม่ ที่เพื่อน ๆ ศึกษามาและนำมาแลกเปลี่ยนความรู้ได้ทราบถึงลักษณะแบบคัดกรอง
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
            สามารถนำความรู้ที่ได้รับเกี่ยวกับแบบคัดกรองความบกพร่องเป็นแนวทางในการศึกษาในอนาคต เมื่อมีโอกาสได้นำมาใช้ สามารถนำไปเป็นพื้นฐานไปปรับใช้ในอนาคตได้

แบบคัดกรองเด็กพิเศษ 9 ประเภท

1. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ประเมินครั้งที่..............

แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

(เนื่องจากไม่มีใบรับรองความพิการ/สมุดประจำตัวคนพิการ/ใบรับรองแพทย์)

ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)...............................................................

วัน ดือน ปี เกิด.........................................................อายุ......................... ปี .....................เดือน

ระดับชั้น..........................................   วัน เดือน ปี ที่ประเมิน.........................................

 

คำชี้แจง

          1. แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

          2. วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทำเครื่องหมาย /ลงในช่อง “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก

          3. ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้และการประเมินตามแบบคัดกรองและควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง

          4. ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป

         

ที่

ลักษณะพฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

1

ไม่หันศีรษะหาเสียงเมื่อเรียกชื่อจากข้างหลัง

 

 

2

ไม่ตอบสนองหรือหันไปมองที่มาของเสียงซึ่งเกิดอยู่รอบๆ ห้อง

 

 

3

มักใช้ท่าทางในการสื่อความหมายกับผู้อื่นไม่ใช้ภาษาพูด

 

 

4

ออกเสียงในระดับเดียวกันแต่ไม่เป็นคำ

 

 

5

ในการสนทนาจะมองปากหรือจ้องหน้าจ้องตาผู้พูดตลอดเวลา

 

 

6

ตอบไม่ตรงคำถามหรือไม่ตอบคำถาม

 

 

7

พูดตามหรือเลียนเสียงพูดไม่ได้

 

 

8

เป็นหรือเคยเป็นโรคหูน้ำหนวก

 

 

9

การแสดงออกทางพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ส่งเสียงดังมากปกติ เช่น การเดินลงส้นเท้า การรับประทานอาหารโดยช้อนกระทบจาน เป็นต้น

 

 

                  

เกณฑ์การพิจารณา

          ถ้าตอบว่าใช่ 3 ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้แพทย์วินิจฉัยต่อไป

 

 

ผลการคัดกรอง

            พบความบกพร่อง                      ไม่พบความบกพร่อง

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม....................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................

 

 

ลงชื่อ.................................................   ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)

                                                (....................................................)

                                        ลงชื่อ.................................................ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)                                                     (....................................................)

 

 

คำยินยอมของผู้ปกครอง 

          ข้าพเจ้า(นาย/นาง / นางสาว)..........................................................................         เป็นผู้ปกครอง

ของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ............................................................              ยินยอม            ไม่ยินยอม

ให้ดำเนินการคัดกรอง (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ............................................................ 

ตามแบบคัดกรองนี้เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น

        ยินดี          ไม่ยินดีให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป

 

ลงชื่อ................................................. ผู้ปกครอง

                                                                                   (...................................................)

 

 

2. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น

ประเมินครั้งที่ .....................

 

แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น

ชื่อ - นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)...................................................................................................

วัน เดือน ปี เกิด..........................................................อายุ ................................. ปี ..................................เดือน ระดับชั้น............................................................วัน เดือน ปี ที่ประเมิน...............................................................

คำชี้แจง

          ๑. แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

          ๒. วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆโดยให้            ทำเครื่องหมาย /ลงในช่องใช่ หรือ ไม่ใช่ ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก

          ๓. ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้และการประเมินตามแบบคัดกรองนี้ และควร          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดความ                 ชัดเจนถูกต้อง

          ๔. ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป

 

ที่

ลักษณะ/พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

1.

มักก้มศีรษะมองสิ่งของ หนังสือ รูปภาพหรือ นำเข้ามาดูใกล้ๆ ตา

 

 

2.

เมื่อดูป้ายข้อความ รูปภาพ วัตถุสิ่งของต่างๆ ตามสาธารณะ ต้องเข้าไปดูใกล้ๆ

 

 

3.

ขณะอ่านหนังสือ มักจะอ่านซ้ำบรรทัดเดิม หรืออ่านข้ามบรรทัด

 

 

4.

มักใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่น เพื่อสำรวจ / หาสิ่งของ ควบคู่กับ การใช้สายตา

 

 

5.

บอกรายละเอียดของภาพหรือสิ่งของไม่ได้

 

 

6.

เดินด้วยความระมัดระวังกว่าปกติ เดินไม่คล่องตัว มักชนและสะดุดวัตถุ

 

 

7.

หรี่ตา กระพริบตา ขยี้ตา กดตา เมื่อใช้สายตามากๆ

 

 

8.

เคลื่อนศีรษะไปมา เพื่อหาจุดที่มองเห็นชัดที่สุด

 

 

9.

มักมีอาการปวดศีรษะ ปวดตา ตาลาย คันตา มองเห็นสิ่งของเคลื่อนไหวไปมา

 

 

10.

บอกความแตกต่างของสีที่ใกล้เคียงกัน หรือสีที่ไม่ตัดกันไม่ได้ เช่น สีเขียว กับสีฟ้า สีแดงกับสีส้ม

 

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

ถ้าตอบว่าใช่ ๕ ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นควรให้การ ช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียนและส่งต่อให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

ผลการคัดกรอง  

            พบความบกพร่อง                     ไม่พบความบกพร่อง

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................

          ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)                                      (....................................................)

          ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)                                      (....................................................)

 

คำยินยอมของผู้ปกครอง

ข้าพเจ้า (นาย / นาง / นางสาว).....................................................................................เป็นผู้ปกครองของ  


(ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)............................................................................         ยินยอม         ไม่ยินยอม ให้ดำเนินการคัดกรอง (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / น.ส.)................................................................ ตามแบบคัดกรองนี้  

เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น         ยินดี          ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป   

 

                                                                   ลงชื่อ ................................................. ผู้ปกครอง

                                                                  (....................................................)

 

3. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ

ประเมินครั้งที่..............

แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ

(เนื่องจากไม่มีใบรับรองความพิการ/สมุดประจำตัวคนพิการ/ใบรับรองแพทย์)

ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)......................................................................................

วัน เดือน ปี เกิด..........................................................อายุ ......................... ปี .....................เดือน

ระดับชั้น............................................. วัน เดือน ปี ที่ประเมิน.......................................................

คำชี้แจง

1. แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

2. วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อย ๆโดยให้ทำเครื่องหมาย /ลงในช่อง

 “ ใช่ ” หรือ “ไม่ใช่ ” ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้น ๆ ของเด็ก

3. ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมินตามแบบคัดกรองนี้และควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง

4. ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป

 

 

ที่

 

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

 

ด้านร่างกาย

 

 

1.

มีอวัยวะไม่สมส่วน หรือแขน ขา ลีบ

 

 

2.

มีอวัยวะขาดหายไปและเป็นอุปสรรคในการด ารงชีวิต

 

 

3.

มีการผิดรูปของกระดูกและข้อ

 

 

4.

มีลักษณะกล้ามเนื้อแขนขาเกร็ง

 

 

5.

มีลักษณะกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง

 

 

 

 

ที่

 

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

 

ด้านการเคลื่อนไหว

 

 

6.

มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ทิศทางการเคลื่อนไหว และจังหวะการเคลื่อนไหว

เช่น กระตุก เกร็ง

 

 

7.

ไม่สามารถนั่งทรงตัวได้ด้วยตนเอง

 

 

8.

ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง

 

 

9.

ไม่สามารถยืนทรงตัวได้ด้วยตนเอง

 

 

10.

ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง

 

 

 

ด้านสุขภาพ

 

 

11.

มีความเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษาเป็นระยะเวลานาน และเป็นอุปสรรคต่อ

การศึกษา เช่น

 11.1 ประสบอุบัติเหตุ ผ่าตัด เป็นต้น

 11.2 เป็นโรคเรื้อรังหรือมีภาวะผิดปกติของระบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ระบบโลหิต เช่น ภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก ธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ

ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจพิการแต่ก าเนิด โรคหัวใจรูมาติก

ระบบไต เช่น โรคเนโฟรติก โรคไตเรื้อรัง

ระบบประสาท เช่น อัมพาต สมองพิการลมชัก

ระบบหายใจ เช่น หอบหืดโรคปอด

ระบบภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้ เช่น ข้ออักเสบ–รูมาตอยด์, SLE (เอสแอล อี)

ระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน แคระ หรือโตผิดปกติ

ระบบผิวหนัง เช่น เด็กดักแด้ เป็นต้น

 

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

ด้านร่างกายและด้านการเคลื่อนไหว

          ถ้าตอบว่าใช่ตั้งแต่ 1 ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียนและส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

ด้านสุขภาพ

ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

ผลการคัดกรอง

 พบความบกพร่อง  ไม่พบความบกพร่อง

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)

(....................................................)

ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)

(....................................................)

 

 

 

 

คำยินยอมของผู้ปกครอง

ข้าพเจ้า(นาย / นาง / นางสาว).......................................................................... เป็นผู้ปกครอง

ของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ............................................................... ยินยอม  ไม่ยินยอม

ให้ดำเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.)............................................................ตามแบบคัดกรองนี้

เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น             ยินดี                ไม่ยินดี

ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป

ลงชื่อ ................................................. ผู้ปกครอง

                                                                                  (..................................................)

 

 

4. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

ประเมินครั้งที่..............

 

แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

(เนื่องจากไม่มีใบรับรองความพิการ/สมุดประจำตัวคนพิการ/ใบรับรองแพทย์)

ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว).......................................................................

วัน เดือน ปี เกิด............................................................อายุ ......................... ปี ...................เดือน       

ระดับชั้น.....................................................................    วัน เดือน ปี ที่ประเมิน.........................................

คำชี้แจง

        แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

    วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ        โดยให้ทำเครื่องหมาย /ลงในช่องใช่ หรือ ไม่ใช่ ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก

       ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดความชัดเจน  ถูกต้อง 

        ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป 

 

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

 

ทักษะการสื่อสาร

 

 

ใช้ภาษาไม่สมวัย

 

 

ไม่เข้าใจคำสั่ง ไม่สามารถทำตามคำสั่งได้

 

 

 

ทักษะการดูแลตนเอง

 

 

ไม่สามารถ หรือสามารถดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้น้อย ในการรับประทานอาหาร / การอาบน้ำ / แปรงฟัน / การแต่งกาย

 

 

ไม่สามารถทำความสะอาดหลังการขับถ่าย

 

 

 

ทักษะการดำรงชีวิตภายในบ้าน

 

 

ต้องกระตุ้นในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอยู่เสมอ

 

 

ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันได้ต่ำกว่าวัย

 

 

 

ทักษะทางสังคม/การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

 

 

ชอบเล่นกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า หรือไม่สามารถเล่นกับเพื่อนตามวัย

 

 

เล่นเลียนแบบผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสมกับวัย

 

 

 

ทักษะการรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน

 

 

มีปัญหาด้านพฤติกรรมในการใช้สิ่งของสาธารณะประโยชน์ เช่น  ชอบทำลายหรือใช้อย่างไม่ระมัดระวัง

 

 

๑๐

ไม่รู้จักวิธีการใช้  การจัดเก็บ และการดูแลรักษา ของส่วนรวม

 

 

 

 

ทักษะการรู้จักดูแลควบคุมตนเอง

 

 

๑๑

เอาแต่ใจตนเอง มีอารมณ์โกรธ ฉุนเฉียวบ่อย ๆ

 

 

๑๒

ไม่สามารถควบคุมตนเองทำตามสิ่งที่ต้องทำ

 

 

 

ทักษะการนำความรู้มาใช้ในชีวิตประจำวัน

 

 

๑๓

ลืมง่าย / จำในสิ่งที่เรียนมาแล้วไม่ได้

 

 

๑๔

ไม่สามารถนำทักษะที่เรียนรู้ไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

 

 

 

ทักษะการทำงาน

 

 

๑๕

ช่วงความสนใจสั้น ไม่สามารถรับผิดชอบงานที่ต้องทำ

 

 

๑๖

ทำตามคำสั่งต่อเนื่อง ๒ คำสั่งขึ้นไปได้ยาก สับสนง่าย

 

 

 

ทักษะการใช้เวลาว่าง

 

 

๑๗

สนใจสิ่งรอบตัวน้อย

 

 

๑๘

ใช้เวลาว่างแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

 

 

 

ทักษะการรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย

 

 

๑๙

ดูแลสุขภาพตนเองได้น้อย เช่น ล้างมือไม่เป็น หรือไม่รู้จักรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์

 

 

๒๐

มีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยตนเองน้อย

 

 

 

หมายเหตุ  ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวต้องเทียบเคียงกับพัฒนาการของเด็กทั่วไป

เกณฑ์การพิจารณา

          แต่ละทักษะจะต้องมีผลการวิเคราะห์พฤติกรรมทักษะว่าใช่ทั้ง ๒ ข้อ แสดงว่าไม่ผ่านทักษะนั้นและหากว่าพบทักษะการปรับตัวไม่ผ่านตั้งแต่ ๒ ทักษะขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

ผลการคัดกรอง 

          ¨  พบความบกพร่อง                       ¨  ไม่พบความบกพร่อง

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

ลงชื่อ  ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)

                         (....................................................)

ลงชื่อ  ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)

                          (....................................................)

 

คำยินยอมของผู้ปกครอง

ข้าพเจ้า(นาย / นาง / นางสาว).......................................................................... เป็นผู้ปกครองของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ...............................................................

* ยินยอม  * ไม่ยินยอม  ให้ดำเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.).....................

ตามแบบคัดกรองนี้

เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น       * ยินดี      * ไม่ยินดี

ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป

ลงชื่อ  ................................................. ผู้ปกครอง

                     (....................................................)

 

 

5. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

 

ประเมินครั้งที่ ……………..

 

แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)...................................................................................................... วัน เดือน ปี เกิด.....................................................................อายุ .............................. ปี .........................เดือน ระดับชั้น................................................................... วัน เดือน ปี ที่ประเมิน.....................................................

 

คำชี้แจง

          ๑ แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

          ๒ วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ท าเครื่องหมาย / ลงในช่อง“ ใช่ ” หรือ “ไม่ใช่ ” ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็กโดย เปรียบเทียบกับเด็กทั่วไปในชั้นเรียน

          ๓ ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ครูผู้สอน ครูประจ าชั้น เพื่อให้เกิด ความชัดเจน ถูกต้อง

          ๔ ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป

 

ส่วนที่ ๑ การวิเคราะห์เบื้องต้น / ข้อมูลพื้นฐานของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

 

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช

 

ดูฉลาดหรือปกติ ในด้านอื่น ๆ นอกจากในด้านการเรียน

 

 

ต้องมีปัญหาทางการเรียน ซึ่งอาจท าไม่ได้เลยหรือท าได้ต่ำกว่า ๒ชั้นเรียน ในด้านใดด้านหนึ่งหรือมากกว่า ๑ด้าน ต่อไปนี้

๑.๑ ด้านการอ่าน

๑.๒ ด้านการเขียน

๑.๓ ด้านการคำนวณ

 

 

ไม่มีปัญหาทางด้านการเห็น การได้ยิน สติปัญญา หรือออทิสติกหรือจากการถูกละทิ้ง ละเลย หรือความด้อยโอกาสอื่น ๆ

 

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

          ถ้าตอบว่าใช่ ๓ ข้อ แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ควรสังเกตใน

ส่วนที่ ๒ต่อ

ผลการพิจารณาส่วนที่ ๑

           พบ           ไม่พบ ( ถ้าพบสังเกตในส่วนที่ ๒ต่อ)

 

 

ส่วนที่ ๒ การวิเคราะห์ความบกพร่องทางการเรียนรู้ของเด็กในแต่ละด้าน

 

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช

 

๑ ด้านการอ่าน

 

 

อ่านช้าอ่านข้าม อ่านไม่หมด

 

 

จำคำศัพท์คำเดิมไม่ได้ทั้งๆ ที่เคยผ่านสายตามาแล้วหลายครั้ง

 

 

อ่านเพิ่มคำ ซ้ำคำ อ่านผิดตำแหน่ง

 

 

อ่านสลับตัวอักษรหรือออกเสียงสลับกัน เช่น บก อ่านเป็น กบ

 

 

สับสนในพยัญชนะคล้ายกันเช่น ก ภ ถ, ฦ ฎ ฏ, ด ต ค

 

 

จำศัพท์ใหม่ไม่ค่อยได้

 

 

มีปัญหาในการผสมคำ การอ่านออกเสียงคำ

 

 

สับสนคำที่คล้ายกัน เช่น บาน/ บ้าน

 

 

อ่านคำที่ไม่คุ้นเคยไม่ได้

 

 

o

อ่านคำในระดับชั้นของตนเองไม่ได้

 

 

 

๒ ด้านการเขียน

 

 

ไม่ชอบและหลีกเลี่ยงการเขียน หรือการลอกคำ

 

 

เขียนไม่สวยไม่เรียบร้อย สกปรก ขีดทิ้ง ลบทิ้ง

 

 

เขียนตัวอักษรและคำที่คล้ายๆ กันผิด

 

 

ลอกคำบนกระดานผิด (ลอกไม่ครบตกหล่น)

 

 

เขียนหนังสือไม่เว้นวรรค ไม่เว้นช่องไฟ ตัวอักษรเบียดกันจนท าให้อ่านยาก

 

 

เขียนสลับตำแหน่งระหว่างพยัญชนะ สระ เช่น ตโ

 

 

เขียนตามคำบอกของคำในระดับชั้นตนเองไม่ได้

 

 

เขียนตัวอักษรหรือตัวเลขกลับด้าน คล้ายมองกระจกเงา เช่น ,ว 

 

 

เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขที่มีลักษณะคล้ายกันสลับกัน เช่น ม-น, ด-ค, พ-ย,

b-d, p-q, ๖-๙

 

 

o

เรียงลำดับตัวอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถ

 

 

 

 

 

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช

 

๓ ด้านการคำนวณ

 

 

นับเลขเรียงลำดับ นับเพิ่ม นับลดไม่ได้

 

 

ยากลำบากในการบวก,ลบ จำนวนจริง

 

 

ยากลำบากในการใช้เทคนิคการนับจำนวนเพิ่มทีละ ๒, , ๑๐, ๑๐๐

 

 

ยากลำบากในการประมาณจำนวนค่า

 

 

ยากลำบากในการเปรียบเทียบ มากกว่า น้อยกว่า

 

 

แก้โจทย์ปัญหาง่ายๆ ไม่ได้

 

 

สับสนไม่เข้าใจเรื่องเวลา ทิศทาง

 

 

บอกความหมาย หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้ เช่น +, -, ×, >, <, =

 

 

เปรียบเทียบขนาด รูปทรง ระยะทาง ตำแหน่งไม่ได้

 

 

o

เขียนตัวเลขกลับ เช่น ๕ s , ๖ ๙

 

 

 

๔.ด้านพฤติกรรมทั่วไป

 

 

ไม่ทำตามคำสั่ง ทำงานไม่เสร็จ

 

 

มีความยากลำบากในการจัดระบบงาน

 

 

ทำของหายบ่อยๆ เป็นประจำ เช่น ของเล่น ดินสอ หนังสือ อุปกรณ์การเรียน

 

 

ลืมทำกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวัน

 

 

สับสนด้านซ้าย ขวา

 

 

วางสิ่งของเครื่องใช้ไม่เป็นระเบียบ

 

 

เสียสมาธิง่ายมองไปยังทุกสิ่งที่เคลื่อนไหวผ่านสายตา

 

 

มีอาการเครียดขณะอ่าน

 

 

ใจไม่ค่อยจดจ่ออยู่กับงาน มองโน่นมองนี่บ่อยๆ

 

 

o

หลีกเลี่ยง ไม่ชอบ หรือลังเลใจที่จะทำงานหรือการบ้านที่ต้องมีระเบียบและใส่ใจในงาน

 

 

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

   ๑. ด้านการอ่าน

          ถ้าตอบว่าใช่ ๗ ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน

   ๒. ด้านการเขียน

          ถ้าตอบว่าใช่ ๗ ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ด้านการเขียน

   ๓. ด้านการคำนวณ

          ถ้าตอบว่าใช่ ๖ ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการคำนวณ

   ๔. ด้านพฤติกรรมทั่วไป

          ถ้าตอบว่าใช่ ๔ ข้อขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หาก

พบว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้าน ควรให้การ

ช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

ผลการคัดกรอง

           พบความบกพร่อง   O ด้านการอ่าน      O ด้านการเขียน       O ด้านการคำนวณ

           ไม่พบความบกพร่อง

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

....................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ...................................... ใบวุฒิบัตร เลขที่..........................(ผู้คัดกรอง) (.........................................)

ลงชื่อ ..................................... ใบวุฒิบัตร เลขที่...........................(ผู้คัดกรอง) (.........................................)

 

คำยินยอมของผู้ปกครอง

          ข้าพเจ้า(นาย / นาง / นางสาว).......................................................................... เป็นผู้ปกครอง

ของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ........................................................................

ยินยอม  ไม่ยินยอม ให้ด าเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.).....................................................

ตามแบบคัดกรองนี้  เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น  ยินดี  ไม่ยินดี

 ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป

 

 

                                   

                                                           ลงชื่อ ................................................. ผู้ปกครอง

                                                      (....................................................)

 

 

6. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

 

แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

 

ชื่อ-นามสกุล .........................................................……………...............      เพศ..................................

อายุ ..........................…...ปี .....................เดือน        วัน เดือน ปี เกิด................................................…..

ชั้น.............................      วันที่ประเมิน .....................................................                ครั้งที่ .....................

 

คำชี้แจง

แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบจำแนกทางการศึกษา

1.       สังเกตลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ  และทำเครื่องหมาย /  ลงในช่องใช่ หรือไม่ใช่ ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้น ๆของเด็ก

2.       ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นคือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด  ได้แก่  ผู้ปกครองหรือครู  เพื่อให้เกิดความชัดเจน  ถูกต้อง   

 

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

การสังเกต

ใช่

ไม่ใช่

1

ใช้หน่วยเสียงแทนกัน    เช่น    แทนที่จะพูดว่า    นาฬิกา”    พูดว่า    นากิ๊กา”    “เสือ”    เป็น    “เฉือ”    เป็นต้น

 

 

2

ออกเสียงไม่ครบทุกเสียงไม่ว่าเสียงพยัญชนะนั้นอยู่ตำแหน่งใดของคำ  เช่น 
กลาง”  เป็น  กาง”   “กล้วย”  เป็น  ก้วยเป็นต้น

 

 

3

พูดด้วยน้ำเสียงไม่ชัดเจน  เสียงเพี้ยนมาก หรือเป็นเสียงพึมพำฟังแล้วไม่เข้าใจ

 

 

4

พูดตะกุกตะกักหรือพูดติดอ่าง

 

 

5

พูดเดิมเสียงสระหรือพยัญชนะเข้าไปในคำ  เช่น  กวาง”  เป็น    กะวาง

 

 

6

เปล่งเสียงสูง ต่ำ  ไม่ได้  หรือออกเสียงสูง ต่ำผิด  ออกเสียงวรรณยุกต์ผิด

 

 

7

ใช้ภาษาไม่ถูกหลักไวยากรณ์

 

 

8

มีความสามารถทางภาษาต่ำกว่าวัย

 

 

 

 เกณฑ์การพิจารณา

            ถ้าตอบว่าใช่   ข้อ  ขึ้นไป  แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา ควรส่งต่อให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะตรวจอีกครั้ง และให้การช่วยเหลือตามความต้องการพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียนต่อไป

ผลการคัดกรอง 

¨  พบความบกพร่อง                                ¨  ไม่พบความบกพร่อง

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

ลงชื่อ  ……..........................................ผู้คัดกรอง

                                (.....................................................)

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

 

 

ใช่

ไม่ใช่

อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงมีความผิดปกติ

 

 

ใช้หน่วยเสียงแทนกัน    เช่น    แทนที่จะพูดว่า    นาฬิกา   พูดว่า    นาฬิกา    เสือ  เป็น    เสือ    เป็นต้น

 

 

พูดด้วยน้ำเสียงไม่ชัดเจน  เสียงเพี้ยนมาก หรือเป็นเสียงพึมพำ       ฟังแล้วไม่เข้าใจ

 

 

เสียงบางส่วนของคำขาดหายไป เช่น “ความ” เป็น “คาม” เป็นต้น

 

 

ความบกพร่องของระดับเสียง เช่น เสียงสูงหรือต่ำตลอดเวลา     หรือเสียงที่พูดอยู่ในระดับเดียวตลอด เสียงผิดเพศ ผิดวัย

 

 

พูดไม่ถูกลำดับขั้นตอน ไม่เป็นไปตามโครงสร้างของภาษา  เช่น  ฉันตลาดไป  ข้าวกินฉัน  เป็นต้น

 

 

การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง เช่น “ผ้าสีเขียวขี้...ม้า” เป็นต้น

 

 

อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป

 

 

พูดตะกุกตะกักหรือพูดติดอ่าง

 

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

           

             ถ้าตอบว่าใช่   ๕  ข้อ  ขึ้นไป  แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น  ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

 

ผลการคัดกรอง

 

               พบความบกพร่อง                      ไม่พบความบกพร่อง

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

            ..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

ลงชื่อ  ……..........................................ผู้คัดกรอง

                                                                             (.....................................................)


7. แบบคัดกรองเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์

แบบคัดกรองเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์

 

ชื่อ-นามสกุล.......................................................................... วัน เดือน ปีเกิด……………………………….

อายุ ........... ปี ...........เดือน ระดับชั้น..................วัน เดือน ปี ที่ประเมิน...........................................

คำชี้แจง

           . แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

           . วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากปกติอย่างมากหรือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป และการที่เด็กไม่สามารถเรียนได้นั้น มิได้มีสาเหตุมาจากองค์ประกอบทางสติปัญญา การรับรู้และสุขภาพ หรือความบกพร่องทางร่างกาย โดยให้ทำเครื่องหมาย/ลงในช่องใช่หรือไม่ใช่ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ

           . ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมินตามแบบคัดกรองนี้และควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดความชัดเจนถูกต้อง

           . ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป

 

ที่

ลักษณะ/พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

ก้าวร้าว ก่อกวนเป็นอันตรายแก่ตนเองและผู้อื่น

 

 

 

๑.๑ โหดร้าย ทารุณ รังแกสัตว์

 

 

 

๑.๒ ชกต่อย ทำร้ายร่างกายตนเองและผู้อื่น

 

 

 

๑.๓ ข่มขู่ คุกคาม หวีดร้อง กระทืบเท้า

 

 

 

๑.๔ ก่อกวนเพื่อน

 

 

เคลื่อนไหวผิดปกติ

 

 

 

๒.๑ ไม่อยู่นิ่ง เคลื่อนไหวตลอดเวลาโดยปราศจากจุดมุ่งหมาย

 

 

 

๒.๒ มีความสนใจสั้น สนใจบทเรียนไม่ได้นาน ขาดสมาธิในการเรียน

 

 

มีปัญหาปรับตัวทางสังคม มีการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับของสังคม

 

 

 

๓.๑ ทำลายสาธารณสมบัติ

 

 

 

๓.๒ ลักขโมย

 

 

 

๓.๓ วิวาทกับผู้อื่นเสมอ

 

 

 

๓.๔ ประทุษร้ายทางเพศ

 

 

 

๓.๕ ไม่เคารพ ไม่เชื่อฟัง ครูและพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างรุนแรง

 

 

 

 

ที่

ลักษณะ/พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

มีความรู้สึกวิตกกังวลและปมด้อย อย่างรุนแรงสม่ำเสมอ

 

 

 

๔.๑ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก

 

 

 

๔.๒ มีการประหม่าอย่างมากเมื่อให้ออกไปแสดงออก เช่น รายงาน

 

 

 

๔.๓ มีอาการเจ็บป่วยทางกายเมื่อมาโรงเรียน

 

 

 

๔.๔ ร้องไห้บ่อย

 

 

หนีสังคม ปลีกตัวออกจากสังคม อันมีผลต่อการเรียน

 

 

 

๕.๑ ไม่พูดคุย ไม่เล่นกับเพื่อน

 

 

 

๕.๒ ไม่ร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดให้

 

 

 

๕.๓ เจ้าอารมณ์ รุนแรง

 

 

 

๕.๔ แยกตัวอยู่คนเดียว ทำงานคนเดียวตลอดเวลา

 

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

          ถ้าตอบว่าใช่ ๑ ใน ๕ ข้อ และตอบใช่ ๒ ข้อย่อยในข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป

 

ผลการคัดกรอง

          q พบความบกพร่อง               q ไม่พบความบกพร่อง

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

          ลงชื่อ …….........................................  ใบวุฒิบัตรเลขที่......................................ผู้คัดกรอง

             (.....................................................)

          ลงชื่อ …….........................................  ใบวุฒิบัตร เลขที่ ....................................ผู้คัดกรอง

               (.....................................................)

 

คำยินยอมของผู้ปกครอง

          ข้าพเจ้า(นาย / นาง /นางสาว).........................................................................เป็นผู้ปกครองของ

(ด.ช./ด.ญ./นาย/นาง/นางสาว).................................................................................................................

q ยินยอม   q ไม่ยินยอม ให้ดำเนินการคัดกรอง (ด.ช./ด.ญ./นาย/นาง/นางสาว).....................................

ตามแบบคัดกรองนี้

          เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น  q ยินดี   q ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป

 

                                                                              ลงชื่อ...................................ผู้ปกครอง

                                                                                  (........................................)

 

 

8. แบบคัดกรองเด็กพิเศษ เด็กออทิสติก

ประเมินครั้งที่…………

แบบคัดกรองบุคคลออทิสติก

(เนื่องจากไม่มีใบรับรองความพิการ/สมุดประจำตัวคนพิการ/ใบรับรองแพทย์)

ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)...........................................................................................................

วัน เดือน ปี เกิด.....................................................................อายุ.................... ปี ............................................เดือน ระดับชั้น.......................................... วัน เดือน ปี ที่ประเมิน..............................................

คำชี้แจง

๑ แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น

๒ วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ทำเครื่องหมาย /ลงในช่อง “ ใช่ ” หรือ “ไม่ใช่ ” ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก

๓ ผู้ทำการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้ เกิดความชัดเจน ถูกต้อง

๔ ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป

 

ที่

ลักษณะ / พฤติกรรม

ผลการวิเคราะห์

ใช่

ไม่ใช่

 

ด้านพฤติกรรม/อารมณ์

 

มีพฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมช้าๆ เช่น สะบัดนิ้วมือ เล่นมือ ดม เคาะ หรือหมุนสิ่งของ เป็นต้น

 

แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมประจำวัน เช่น เด็กไม่ ยอมเปลี่ยนเส้นทางการไปโรงเรียน เด็กไม่ยอมเปลี่ยนเก้าอี้นั่งในห้องเรียน เป็นต้น

 

มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส เช่น เดินเขย่งปลายเท้า ไม่ชอบการกอดรัด ทนต่อ เสียงบางอย่างไม่ได้ เป็นต้น

 

มีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง เช่น ชอบวิ่ง เดินไปมารอบห้อง เป็นต้น

 

ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น เช่น ไม่เข้าใจเวลาเพื่อนโกรธ เศร้า เสียใจ เป็นต้น

 

 

ด้านการสื่อความหมาย

 

แสดงความต้องการโดยการจูงมือ เช่น เด็กจะจูงมือผู้ปกครอง / ครู เพื่อนำไปทำสิ่งที่ ต้องการ เป็นต้น

 

ใช้ภาษาพูดของตนเองที่ผู้อื่นไม่เข้าใจ

 

พูดเลียนแบบ หรือพูดทวนคำถาม

 

พูดคำช้าๆ ที่เคยได้ยินบ่อย เช่น พูดตามโฆษณาที่ได้ยินจากโทรทัศน์

 

๑๐

ไม่สามารถเริ่มต้นบทสนทนากับผู้อื่นได้

 

๑๑

พูดเรื่องที่ตนเองสนใจโดยไม่สนใจฟัง

 

๑๒

ไม่เข้าใจคำที่เป็นนามธรรม เช่น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

 

 

ด้านสังคม

 

๑๓

ไม่มองสบตากับผู้อื่นขณะสนทนา

 

๑๔

ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง เช่น ไม่เล่นกับเพื่อน ไม่สนใจคนรอบข้าง เป็นต้น

 

๑๕

ปฏิสัมพันธ์ต่อบุคคลรอบข้างไม่เหมาะสม เช่น เล่นกับเพื่อนแรง

 

๑๖

แสดงพฤติกรรมการตอบสนองทางอารมณ์ และสังคมไม่เหมาะสม เช่น ส่งเสียงกรีด ร้อง ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นเมื่อถูกขัดใจ เป็นต้น

 

๑๗

แยกตัวออกมาอยู่ตามลำพัง เช่น ในขณะที่เพื่อนทำกิจกรรมกลุ่ม ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรม

 

๑๘

ไม่สามารถปฏิบัติตามกติกา ระเบียบหรือข้อตกลงได้ เช่น ไม่รู้จักการรอคอย ไม่รู้จักการเข้าแถว เป็นต้น

 

 

เกณฑ์การพิจารณา

ถ้าตอบว่าใช่ อย่างน้อย ๒ ด้านๆ ละ ๒ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลออทิสติก ควรให้การช่วยเหลือตามความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของผู้เรียน และส่งต่อให้แพทย์ตรวจ วินิจฉัยต่อไป

ผลการคัดกรอง

  พบความบกพร่อง                           ไม่พบความบกพร่อง

 

ความคิดเห็นเพิ่มเติม ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)             

      (....................................................)

                    ลงชื่อ ................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่..................................(ผู้คัดกรอง)   

                          (....................................................)

คำยินยอมของผู้ปกครอง

ข้าพเจ้า(นาย / นาง / นางสาว).......................................................................... เป็นผู้ปกครอง

ของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ............................................

                  ยินยอม                ไม่ยินยอมให้ดำเนินการคัดกรอง

           (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.)...................................................................................

ตามแบบคัดกรองนี้เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น

       ยินดี         ไม่ยินดีให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป

 

 

 

ลงชื่อ ................................................. ผู้ปกครอง

      (....................................................)

 

 

9. แบบคัดกรองเด็กที่มีความสามารถพิเศษ













บันทึกครั้งที่ 5 วันที่ 15 ธันวาคม 2563

ความรู้ที่ได้จากคลิปและตั้งคำถาม พร้อมคำตอบแบบอัตนัย(เขียนบรรยาย) คนละ 3 ข้อ

ความรู้ที่ได้รับ

          ได้รับความรู้เกี่ยวกับเด็กพิเศษในด้านต่าง ๆ 

ได้ความรู้ในการสังเกต บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น เวลาเด็กเขียนหนังสือจะหรี่ตา บ่นว่ามองไม่ชัด

ได้ความรู้การสังเกต บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  เวลาเรียกเด็กหันไหม  เมื่อเรียกด้วยเสียงปกติ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ จะมีอาการคล้ายกับเด็กสมาธิสั้น   ให้ความสนใจต่อการสั่นสะเทือน

ได้ความรู้การสังเกต บุคคลที่มีปัญหาทางอารมณ์ และ พฤติกรรม เด็กมีการซึมเศร้าหงุดหงิด ไม่อยากไปโรงเรียน จะมีอาการร้องงอแงกว่าเด็กวัยเดียวกัน

ได้ความรู้การสังเกต บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือ สุขภาพ สังเกตการชัดเจนจากมีการเจ็บป่วยเรื้อรัง แขนขาลีบ โปลิโอ หรือพิการทางด้านอื่น

ได้เรียนรู้  การสังเกต บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา มี พัฒนาการล่าช้าชัดเจนตั้งแต่เล็ก ๆทั้งในด้านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว  อาจจะฝึกการช่วยเหลือตนเองได้บ้าง แต่ต้องอาศัยการฝึกอย่างมาก ส่วนใหญ่พบว่ามีพยาธิสภาพ ต้องการการดูแลตลอดเวลา ตลอดชีวิต แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม

การสังเกตบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้  ก่อนวัยเรียนอาจพูดได้ช้า ในวัยเรียนจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

ได้เรียนรู้การสังเกต บุคคลออทิสติก เกิดจากพัฒนาการที่ผิดปกติของสมองที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ทำให้เกิดความบกพร่องด้านการพูดสื่อสาร และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับมีพฤติกรรมและความสนใจแบบแคบ จำกัด และเป็นแบบแผนซ้ำ ๆ

 

มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป

          ได้รับรู้สาเหตุและปัญหาของเด็กพิเศษทำให้เข้าใจความรู้สึกมากกว่าเดิม

ความประทับใจ

          ประทับใจในการได้รับข้อมูลที่เข้าใจง่ายและได้ความรู้เกี่ยวกับเด็กพิเศษเพิ่มเติม มีพื้นฐานความรู้ด้านนี้มากยิ่งขึ้น

การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

          นำความรู้ที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้เมื่อมีโอกาสได้สังเกตเด็กพิเศษ และการระมัดระวังในการเลี้ยงดูเด็กเลี้ยงอย่างถูกวิธี

คำถาม

1. เด็กพิเศษเทียมมีความแตกต่างจากเด็กพิเศษแท้อย่างไร

ตอบ     เด็กพิเศษเทียมจะเกิดขึ้นจากการเลี้ยงดูด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างเช่นเด็กสมาธิสั้นที่เกิดจากการเลี้ยงดูให้เด็กอยู่กับสื่อมากเกินไป ซึ่งพบว่าในประเทศไทยในเด็กปฐมวัยมีของเล่นที่เป็นเทคโนโลยีถึง 50 เปอร์เซ็นต์ซึ่งของเล่นเหล่านี้จะทำให้เด็กสมองวิ่งอยู่ตลอดเวลาทำให้สมาธิสั้นลงเกิดภาวะสมาธิสั้นเทียมหรือภาวะออทิสติกเทียมได้

          เด็กพิเศษแท้คือ 1.พันธุกรรม ถ้าในครอบครัวมีใครเป็นออทิสติก ก็มีโอกาสที่รุ่นลูกหลานเป็นด้วย 2.ปัจจัยด้านชีวภาพ แม่มีการดูแลสุขภาพในช่วงตั้งครรภ์ไม่ดีนัก มีภาวะตกเลือด เด็กอยู่ในสภาวะที่ออกซิเจนต่ำๆ หรือเมื่อเด็กคลอดออกมาแล้วมีไข้สูงและชักบ่อย 3.มีการทำงานของสมองส่วนหน้าผิดปกติ ซึ่งเป็นสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว พฤติกรรม อารมณ์และความรู้สึก

2. เด็กพิเศษมีกี่ประเภทอะไรบ้าง

ตอบ 7 ประเภท ได้แก่

          1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

3. บุคคลที่มีปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม

4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ

6. บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้

7. บุคคลออทิสติก

 

3. มีวิธีสังเกตบุคคลออทิสติกอย่างไร

ตอบ มีพฤติกรรมแปลก ๆ ซ้ำ ๆ มีพัฒนาการทางด้านภาษาล่าช้า มีปัญหาทักษะทางด้านสังคมอย่างเช่นไม่เล่นกับเด็กคนอื่น ชวนเล่นกับเด็กคนอื่นไม่เป็น มีปฏิสัมพันธ์ที่แปลก ๆการเล่นของเล่นที่แปลก ๆ



บันทึกครั้งที่ 6

วันที่ 22 มกราคม 2564

ตอบคำถาม 9 ข้อ

1. น้องคิตตี้คือใคร เรียนชั้นไหนอายุเท่าไร เรียนที่ไหน มีลักษณะพิเศษอย่างไร

ตอบ   น้องคิตตี้เป็นเด็กที่มีโครโมโซมคู่ที่ 7 ผิดปกติมีความบกพร่องทางการได้ยินและมีความพิการซับซ้อน น้องคิตตี้อายุ 6 ขวบ ลักษณะพิเศษคือ มีความผิดปกติทางการได้ยิน มีรูปมือที่ผิดปกติ คล้ายก้ามปู และช่องเพดานปากโหว่มีปัญหาในการออกเสียง การหายใจ และปัญหาทางสายตาจากรูปตาที่ผิดปกติ

2. ครูใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้างในการช่วยเหลือคิตตี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

ตอบ   คุณครูใช้เทคนิควิธีการสอนแบบตัวต่อตัว ใส่ใจเด็ก ให้เรียนกับครูสอนพิเศษโดยตรงตั้งแต่อนุบาลเรียนรู้ผ่านการเล่นเพราะเด็กจะมีความสุขและสนุกกับการเล่น ครูฝึกสอนในการออกเสียงและลมหายใจ ให้เขารู้จังหวะแรง และเบาการเป่าฟองสบู่ คุณครูใช้วิธีเป่าลมใส่มือน้องคิตตี้ โดยเป่าเบา ๆ กับเป่าแรง ๆ เพื่อเป็นการสอนให้น้องรับรู้โดยตรง

3. นศ.คิดว่าเป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือให้คิตตี้ไปถึงคืออะไร

ตอบ   เป้าหมายของคุณครูคือได้เห็นน้องคิตตี้มีพัฒนาการต่าง ๆ สมวัย สามารถเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ และดีกว่าเพื่อน ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างการปูที่นอน เก็บที่นอน แปรงฟัน ตักข้าวรับประทานเอง ตลอดจนการใช้ชีวิตในสังคมให้ได้โดยที่ไม่มีใครช่วยเหลือและมีความสุขไม่กังวลกับการใช้ชีวิต

 4. บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้คิตตึ้ไม่รู้สึกว่ามีปมด้อยคืออย่างไร

ตอบ   บทบาทของพ่อแม่คืออันดับแรกเป็นการเปิดใจยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น และกล้าที่ยอมรับต่อสังคมให้คุณครูและหมอได้เข้ามาช่วยเหลือน้องอย่างเต็มที่เพื่อเกิดการส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ คอยพูดให้ลูกได้เข้าใจในสิ่งที่เป็น อย่างเช่น เรื่องนิ้วมือที่แตกต่างจากเพื่อน แม่ใช้วิธีถามว่ามือเราแตกต่างจากเพื่อนไหม และให้กำลังใจโดยการถามว่าเราใช้ได้ปกติไหม เป็นการปลูกฝังให้ลูกภูมิใจในตนเองไม่เกิดความคิดที่แย่ ไม่เกิดเป็นปมด้อย

5. สื่ออุปกรณ์ในวีดีโอนี้ที่เหมาะกับการนำไปใช้กับเด็กควรมีคุณสมบัติอย่างไร

ตอบ   สื่ออุปกรณ์เป็นสื่อที่น่าสนใจต่อเด็กและมีความทนทานแข็งแรงที่เด็ก ๆ สามารถเล่นแล้วไม่พังได้ง่าย

สื่อในการเล่นควรเป็นสื่อที่ช่วยส่งเสริมในการออกเสียง ช่วยส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก

6. การที่คิตตี้มาเรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกติ นศ.คิดว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นของคิตตี้ได้รับการพัฒนาคือเรื่องใดบ้าง

ตอบ   การที่คิตตี้เรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนทำให้เพื่อน ๆ ในชั้นในพัฒนาการรู้จักช่วยเหลือเพื่อนและพัฒนาในด้านของจิตใจ ให้รู้จักยอมรับบุคคลที่มีความแตกต่าง เป็นการสร้างพื้นฐานให้กับเด็กคนอื่น ๆ เพื่อยอมรับสิ่งต่าง ๆ เมื่ออยู่ในสังคม

7. ในกรณีของน้องคิตตี้เข้ากับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มอย่างไร

ตอบ   การจัดบริการช่วยเหลือในระยะเริ่มแก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษมีหลักการที่มีประสิทธิภาพคือ ความร่วมมือ และการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ครอบครัว และผู้ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพต่าง ๆ เช่น แพทย์

8. เทคนิคใดที่พ่อกับแม่หรือครูใช้ในการช่วยเหลือคิตตี้ที่ นศ.ประทับใจ และเพราะเหตุใด

ตอบ   เทคนิคการใช้คำพูดเปลี่ยนความคิด คุณแม่เป็นคนที่รู้จักใช้คำพูด เพราะเกิดมาจากการยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นมีความพยายามที่จะพัฒนาลูก การพูดให้ลูกรู้จักยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น การมีนิ้วมือที่แตกต่าง แม่จะให้กำลังใจโดยการถามว่ามือเราใช้ได้ปกติเหมือนคนอื่นใช่ไหม ทำให้เด็กคิดในแง่ดีตามไปด้วย

9. หากนศ.พบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครองอย่างไร

ตอบ   จะแนะนำโดยการเข้าไปพูดทำความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าเด็กมีความผิดปกติ ต้องได้รับการพัฒนาและเอาใจใส่มาก ๆ ทั้งคุณครูและพ่อแม่ และพูดบอกข้อดี คือเด็กจะสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องห่วง และเด็กมีความสุขกับการใช้ชีวิต สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง





















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวปนัดดา ต้นหนองสรวง รหัส62121860224

นางสาวศิราพร ดัชถุยาวัตร รหัส62121860207

นางสาวอิศราวรรณ สืบสอน รหัสนักศึกษา62121860201