นางสาววารีรัตน์ สีคำแซง รหัสนักศึกษา 62121860206
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 1
(วันที่ 4 ธันวาคม 2563)
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
ได้เรียนรู้แนวคิดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นทั้งความหมาย ประเภท และความสำคัญต่าง ๆ อีกทั้งยังได้รับความรู้เพิ่มเติมจากงานที่เพื่อนนำเสนอ ซึ่งประกอบด้วย เด็กบกพร่องทางการได้ยิน เด็กบกพร่องทางการมองเห็น และการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
จากที่ได้เรียน ได้ฟังอาจารย์บรรยาย ในวันนี้ ก็เริ่มอยากที่จะเรียนรู้ในเรื่องนี้เพิ่มยิ่งขึ้นเพราะเรื่องที่เรากำลังเรียนนั้น สามารถต่อยอดและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
สิ่งที่ประทับใจ
สิ่งที่ประทับใจในการเรียนการสอนวันนี้ คือ อาจารย์สร้างบรรยายกาศในห้องเรียนให้น่าเรียนยิ่งขึ้น โดยการยิ้มแย้มให้กันและกัน ทำให้นักศึกษารู้สึกสบายใจ และไม่รู้สึกหมือนถูกกดดันขณะเรียน
มีอะไรบ้างที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
1. วิธีการให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่อง ว่าควรมีวิธีการช่วยเหลือยังไง ที่จะไม่เป็นการช่วยเด็กจนเกินไป ให้เด็กรู้จักช่วยเหลือตัวเอง
2. ควรระมัดระวังการใช้คำพูดกับการใช้ภาษากับเด็กที่มีความบกพร่องมากให้ที่สุด ไม่ใช่แค่เพียงเด็กเท่านั้นกับผู้ใหญ่ หรือใครก็ตามก็ควรที่จะระมัดระวังไว้เช่นกัน
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 2
(วันที่ 18 ธันวาคม 2563)
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
ได้เรียนรู้ถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ของการดูแลสุขภาวะเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษรวมทั้งเรื่องของหลักการ และแนวทางในการดูแล อีกทั้งยังได้รับความรู้เพิ่มเติมจากงานที่กลุ่มของตนเอง และเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ นำเสนอ แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน อันประกอบด้วย เด็กบกพร่องทางสติปัญญา เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ และความบกพร่องของเด็กทางด้านการพูดและภาษา
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
จากที่ได้เรียน ได้ฟังอาจารย์บรรยาย ในวันนี้ ก็เริ่มปรับเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก เริ่มสร้างแรงบวกให้กับตัวเอง อยากที่จะศึกษาการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษมากขึ้น จากที่ไม่ค่อยได้อ่านคู่มือก็เริ่มหยิบคู่มือมาอ่านบ้างแล้ว
สิ่งที่ประทับใจ
ดีใจทุกครั้งที่ได้เรียนวิชานี้ สนุกสนาน ไม่ต้องไปคอยซีเรียสกับการเรียน มีความสุขทุกครั้งที่ได้เรียน อาจารย์มีความใจเย็น ชอบแนวการสอนของอาจารย์ที่สุด อาจารย์สอนสนุก สบายใจ ทำให้อยากมาเรียนวิชานี้
มีอะไรบ้างที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
สิ่งที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีด้วยกันต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาวะ รวมทั้งเรื่องของหลักการ และแนวทางในการดูแลเด็กที่มีความบกพร่อง สามารถนำไปปรับใช้ในครอบครัว และสังคม เพื่อที่จะให้เด็กมีสุขภาวะที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดีได้ในชีวิตประจำวันต่อไป
กิจกรรม
"สมมติว่าเราเป็นครูธรรมดา แล้วมีลูกเป็นเด็กพิเศษ ภายใต้สถานการณ์ที่ต้องทำงานทุกวัน เราต้องทำยังไงเพื่อที่จะช่วยเหลือลูก"
1. ปรับเปลี่ยนทัศนคติอย่างไร
ต้องเริ่มจากครอบครัวก่อน เราไม่ควรคิดที่ว่าลูกเราโชคร้ายที่เป็นเด็กพิเศษ เราต้องคิดว่า เขาโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกเรา เพราะเราจะช่วยเขาได้มากที่สุด เขาเป็นลูกของเรา แต่พ่อแม่จะต้องเปิดใจยอมรับ ชื่นชมในสิ่งที่เขาเป็น และไม่กดดันหรือบังคับให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ ทุกทางตันยังมีทางออก ถ้าเราช่วยเขาอย่างเต็มที่ เขาก็จะพัฒนาตัวเองได้เต็มศักยภาพเท่าที่จะเป็นไปได้
2. ทำอะไรบ้าง
เราต้องพาเขาลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ชี้ให้เห็นภาพไปทีละเล็กละน้อย เพราะเขาจะจดจำมันได้ และเมื่อเราอยู่กับเขา เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายความคิด ความเข้าใจ และความรู้สึกของเขาควบคู่ไปด้วย เริ่มต้นจากคำตอบสั้นๆ เช่น ชอบ หรือ ไม่ชอบ แล้วอะไรคือสิ่งที่พวกเขาทำแล้วมีความสุข
3. ต้องเตรียมตัวอย่างไร
ต้องการให้พวกเขาอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีความหวัง ความเข้าใจ การยอมรับความจริง และแสดงออกให้เขารับรู้ว่า พวกเขายังคงเป็นที่รักในสายตาของพ่อแม่ผู้อยู่เคียงข้างเขาอย่างสม่ำเสมอ
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 3
(วันที่ 25 ธันวาคม 2563)
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
ได้เรียนรู้การนำเสนอในรูปแบบของคลิปวิดิโอของเพื่อนแต่ละกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเรื่องเด็กปฐมวัยที่มีความสามารถพิเศษ ซึ่งเนื้อหานั้นจะกล่าวถึงเด็กที่แสดงความสามารถโดดเด่นทางด้านสติปปัญญา การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ ศิลปะการแสดงความสามารถทางกีฬา หรือ ทางวิชาการ เป็นต้น ส่วนเด็กออทิสติกนั้น กล่าวคือ เด็กที่มีความผิดปกติทางสมอง ซึ่งส่งผลให้เขามีปัญหาในการทำความเข้าใจ ตอบสนองกับโลกภายนอก ทำให้เขามีพฤติกรรมและการแสดงออกที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป และเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์นั้น คือ เด็กที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม (ต่อต้านตนเองหรือผู้อื่น) หรือมีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำเป็นต้น
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
มุมมองเกี่ยวกับเด็กที่มีความบกพร่องนั้นเริ่มเปลี่ยนไป เช่น เด็กที่มีความบกพร่องด้านพฤติกรรมและการแสดงออกทางอารมณ์ เรียนวิชานี้ทำให้เราทราบถึงปัญหา และสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่ประทับใจ
สิ่งที่ประทับใจในการเรียนการสอนวันนี้ คือ การนำเสนองานของเพื่อน ๆ แต่ละกลุ่ม ซึ่งเพื่อนพูดได้กระชับ สรุปเข้าใจง่าย และพูดได้เสียงดังฟังชัด
มีอะไรบ้างที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
จากที่ได้สรุปความรู้เกี่ยวกับเรื่องเด็กปฐมวัยที่มีความสามารถพิเศษ ส่วนเด็กออทิสติก และเด็กที่มีความบกพร่องด้านพฤติกรรมและการแสดงออกทางอารมณ์ เราควรมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับธรรมชาติของโรค และแนวทางช่วยเหลือ มีเจตคติเชิงบวกต่อตัวเด็ก ควรมองว่าเป็นความบกพร่องที่ต้องช่วยกันแก้ไขต่อไปได้
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4
(วันที่ 8 มกราคม 2564)
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
ได้เรียนรู้วิธีสังเกต เกณฑ์การพิจารณา เด็กที่มีความบกพร่องประเภทต่าง ๆ ดังนี้ เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการพูดและภาษา เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กออทิสติก และสุดท้ายเด็กที่มีความบกพร่องด้านพฤติกรรมและการแสดงออกทางอารมณ์
มุมมองทัศนคติที่เปลี่ยนไป
ได้ทราบถึงวิธีการต่าง ๆ ที่จะสังเกตว่าเด็กเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ เริ่มปรับความคิด และทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ประทับใจ
ประทับใจในการจัดทำสรุปวิธีการสังเกตเด็กที่มีความบกพร่องแต่ละประเภท เพื่อนทุกกลุ่มมีความมุ่งมั่น และจัดส่งก่อนเวลาเพื่อที่จะได้อ่านและศึกษาต่อไป
มีอะไรบ้างที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
สามารถนำวิธีการสังเกตแต่ละประเภทไปปรับใช้ได้ ทั้งในครอบครัว ชุมชน และสังคมได้
แบบคัดกรองบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ
1. แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
2. แบบคัดกรองบุคคลที่บกพร่องทางการมองเห็น
3. แบบคัดกรองบุคคลที่ความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
4. แบบคัดกรองบุคคลที่บกพร่องทางสติปัญญา
5. แบบคัดกรองบุคคลที่บกพร่องทางการเรียนรู้
6. แบบคัดกรองบุคคลที่บกพร่องทางด้านการพูดและภาษา
7. แบบคัดกรองบุคคลที่ความสามารถพิเศษ
8. แบบคัดกรองบุคคลที่ออทิสติก
9. แบบคัดกรองบุคคลที่ความบกพร่องด้านพฤติกรรมและการแสดงออกทางอารมณ์
บันทึกครั้งที่ 5
สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากคลิป“เด็กพิเศษ สังเกตได้”
พร้อมตั้งคำถามและหาคำตอบ
(วันที่ 15 มกราคม 2564)




























ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น